หัวหน้าแก๊งค์
 
ตอน เรื่องราวดี ๆ
 
 
 
 
 
 คำเตือน : นิยายเรื่องนี้มีเนื้อหาในแนวชายรักชาย หากไม่ประสงค์เสพกดปิดได้ที่มุมขวาบนค่ะ
 
 
 
 
 

ในช่วงชีวิตของคน ๆ นึงย่อมต้องได้เจอทั้งเรื่องดีและเรื่องร้ายปะปนกันไป เราไม่สามารถเลือกได้ว่าอยากจะหลีกหนีเรื่องเลวร้ายรับเพียงแต่เรื่องที่ดีที่สร้างรอยยิ้มและกำลังใจ 

 

แต่คงจะดีไม่น้อยเราสามารถเลือกได้ว่าอยากให้ใครมาอยู่เคียงข้างเพื่อจะผ่านเรื่องราวในแต่ละวันไปด้วยกัน 

 

 

 

 

 

                กลางดึกของคืนวันศุกร์สุดสัปดาห์ เส้นทางเลียบทางด่วนสายมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองไม่มีรถวิ่งผ่านมากเช่นปกติจึงเป็นโอกาสดีที่กองทัพรถมอเตอร์ไซค์ซิ่งจะมารวมตัวกันเพื่อท้าประลองความเร็ว บางกลุ่มก็มาเพียงเพื่อร่วมชมการแข่งขัน และมีไม่น้อยที่มารวมตัวกันเพื่อรับส่งสินค้าชั้นดีที่มีปล่อยออกมาไม่มากนักก่อนจะส่งทอดตลาดเพื่อทำการปรับเปลี่ยนโฉมก่อนนำไปขายต่อ ลำโพงตัวใหญ่ที่ถูกติดตั้งไว้กับหลังรถกระบะดังกระหึ่มด้วยเพลงสากลดนตรีสนุกไม่ขาดสาย พื้นที่ไม่ไกลจากนั้นก็เป็นสาวน้อยร่างบางหน้าตาระดับนางแบบนิตยสารวัยรุ่นยืนเต้นเรียกสีสันในการแข่งนัดนี้  แต่สิ่งเหล่านั้นกลับไม่น่าสนใจแม้แต่น้อยสำหรับคนที่นั่งเช็คตัวถังรถอยู่กับกลุ่มเพื่อนเพื่อเตรียมตัวลงแข่งในรอบต่อไปที่จะมาถึงในไม่กี่รอบที่จะถึงนี้

 

                “ไม่น่าจะไหวว่ะกิว เมื่อวานมึงเอานินจาไปสีจนถังน้ำมันรั่วเลย มึงลงตอนนี้โคตรอันตราย”

 

                รูทที่เช็คทั่วบิ๊กไบค์คันใหญ่ของเพื่อนส่ายหน้าไปมา ถ้าไม่นับรอยขีดข่วนจากการชนครั้งก่อนทุกชิ้นส่วนปกติดีทุกอย่างสามารถลงแข่งได้ แต่พอมาเช็คถังน้ำมันถึงได้รู้ว่ามีรูรั่วซึมเล็ก ๆ ที่มองข้ามไป ถ้ามันขับแล้วเกิดล้มหรือชนขึ้นมาด้วยแรงบิดขนาดรถแข่งกับแรงสีอาจจะทำให้ไฟลุกท่วมคันได้

 

                “...เอาอะไรอุดไปก่อน รอบนี้เงินเยอะแบ่งกันคงหยุดขายได้สักพัก”

 

                “กาวซีเมนต์คงพอได้ แต่มันต้องรอเป็นวันถึงแห้ง...”

 

                “ช่างมัน มึงอุดไปเลย”

 

                คนตัวเล็กในชุดนักศึกษาเบ้ปาก มันสั่งซะเหมือนจะอุดแป๊บเดียวได้มันต้องใช้เวลามึงเข้าใจไหมเนี่ย... แต่จะให้โต้ตอบก็คงไม่ฟังด้วยรู้นิสัยเพื่อนดี นายช่างจำเป็นเลยต้องตะโกนสั่งลูกน้องในกลุ่มให้ไปจัดเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นในทันที แต่ยังไม่ทันจะได้เริ่มลงมือร่างสูงของเพื่อนอีกคนก็เดินฝ่าวงล้อมเข้ามาด้วยท่วงท่าสบาย ๆ แบบไม่แคร์ใครแม้ว่าเมื่อครู่เกือบจะเอาขายาว ๆ พาดหัวเด็กในกลุ่มที่นั่งขวางทางอยู่

 

“คิดว่ามึงหล่อมากเลยดิถึงได้เดินแหวทางมาขนาดนั้น” รูทแขวะไปหนึ่งดอกด้วยความหมั่นไส้ก่อนจะนึกถึงหน้าน้องชายของอีกฝ่ายที่ตนรู้สึกถูกชะตาด้วยเหลือเกิน “แล้วมากับใครเนี่ย น้องมึงมาป่ะ?”

 

“เปล่า วันนี้แม่กลับบ้านมันเลยระริกระรี้จะให้แม่สอนทำเค้ก..... ทำให้กูแดกไม่ต้องมองแบบนั้นเลย” รีบพูดขัดเมื่อเห็นดวงตาทอประกายอย่างมีความหวัง เห็นว่าช่วงนี้รูทโทรศัพท์คุยกับน้องบ่อยคงจะรู้แล้วว่างานอดิเรกของน้องชายคือการทำขนมหวาน ที่ทำหน้าแบบนั้นก็คงคาดหวังว่าตัวจะได้กินด้วย

 

“ขี้หวงว่ะ...” รูทเบ้ปาก เขยิบตัวหนีห่างจากพัพที่ทรุดตัวลงนั่งเคียงข้างด้วยความน้อยใจแบบไม่สมอายุ ฝ่ายพัพที่เห็นว่าเพื่อนเขยิบหนีก็เขยิบตามเหมือนจะแกล้ง จนเจอสายตาเขียวปั้ดที่เหมือนจะขู่ให้รู้ว่าถ้าเข้ามาใกล้อีกนิดไขควงในมือจะเหวี่ยงไปฟาดหัวโต ๆ นั่นแน่

 

กิวซึ่งกำลังยืนจุดบุหรี่เหล่มองเพื่อนทั้งสองคนที่นั่งแง่งอนกันเหมือนคู่แต่งงานใหม่แล้วส่ายหน้า รูทกับพัพทะเลาะกันด้วยเรื่องไร้สาระเสมอ จะเรียกทะเลาะก็ไม่ถูก เหมือนเจ้าตัวไปแหย่เขาแล้วพอโดนแหย่กลับก็ไม่พอใจเสียเอง นิสัยเหมือนเด็กประถมเกเรที่ชอบแกล้งคนอื่นไปทั่วแต่พอโดนแกล้งก็วิ่งไปฟ้องพ่อแม่ประมาณนั้น กิวส่ายหน้ากับการกระทำของเพื่อนทั้งสองคน อย่างไรเสียคู่นี้ดูแล้วเพลินตามากกว่าจะชวนหงุดหงิด จะว่าไปแล้วตอนที่รู้ว่าน้องชายของเพื่อนจะทำขนมตนก็คิดไม่ต่างกับรูทเท่าไหร่ คล้ายกับว่าหวังให้ตนได้กินขนมชิ้นที่น้องทำชิ้นนั้นล่ะมั้ง? ใครก็อยากจะชิมฝีมือของคนที่ตัวเองชอบทั้งนั้นแหละ

 

ใช่... กิวกำลังชอบน้อง น้องชายของเพื่อน น้องที่ชื่อพายที่บังเอิญเข้ามาช่วยเขาเอาไว้ในตอนที่เขากำลังตกที่นั่งลำบากอยู่พอดี

 

                เขาเจอกับน้องครั้งแรกเมื่อประมาณเดือนที่แล้ว เช้าวันนั้นกิวอารมณ์เสียจากเรื่องเดิม ๆ ที่ต้องเจอเป็นประจำทุกเช้า ความห่างเหินในครอบครัว คำพูดที่เหมือนจะให้กำลังใจแต่ที่จริงแล้วเป็นการกดดันด้วยความหวังเพียงฝ่ายเดียว ทุกสิ่งรวมตัวกันจนทำให้เขาหงุดหงิดเสียจนเบี่ยงทิศทาง จากที่ตั้งใจจะไปโรงเรียนเพื่อพบเจอคนในกลุ่มเขากลับเลี้ยวรถไปตามซอกซอยที่รู้ว่าเป็นแหล่งขายสินค้าชั้นดี โก่งราคาให้มากเข้าไว้แม้ใจจะไม่ได้ใส่ใจด้วยซ้ำว่าจะขายมันได้ในราคาเท่าไหร่ แต่คงเพราะเขาใช้อารมณ์มากไปหน่อยจึงเกิดศึกปะทะกันในตรอก ความจริงจะสู้พวกขี้ยาแค่ 2-3 คนมันไม่ใช่เรื่องยาก หากความรู้สึกอยากสู้มันไม่มี เลยยอมเป็นผู้ถูกกระทำเอาง่าย ๆ นอนรับความเจ็บปวดที่โดนยัดเยียดให้แบบไม่ใส่ใจร่างกายตนเอง

 

                แต่แล้วเสียงโวยวายรอบตัวก็เงียบไป เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกระทั่งรู้สึกถึงความนิ่มของสิ่งที่เขานอนทับอยู่และเสียงงึมงำเบา ๆ ว่าเขาตายแล้วหรือยัง ตอนนั้นแหละที่กิวลืมตามองแล้วจึงได้สบเข้ากับดวงตาคู่โตที่มองตอบกลับมา ตกใจเล็กน้อยจนเมื่อคน ๆ นั้นบอกว่าจะตามรถพยาบาลให้ตอนนั้นถึงได้รู้ตัว รีบบอกให้ผู้มีพระคุณโทรเรียกเพื่อนตัวเองแทน ระหว่างนั้นเขาก็เฝ้ามองใบหน้าที่เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ตามอารมณ์ของอีกฝ่าย คนตรงหน้าเป็นเด็กผู้ชาย หน้าตาเหมาะจะเรียกว่าน่ารักมากกว่าหล่อสมวัย ดูจากชุดแล้วคงจะเป็นเด็กนักเรียนที่เรียนอยู่บริเวณใกล้กับซอยนี้ และชั้นเรียนน่าจะเด็กกว่าเขาปีสองปี คำพูดคำจาฉะฉานไม่กลัวใคร คงจะใจนักเลงไม่น้อย แค่กล้ามาช่วยเขาที่โดนรุมอยู่ก็ถือเป็นข้อพิสูจน์ได้แล้ว

 

กิวไม่ละสายตาจากทุกการกระทำจนกระทั่งเด็กชายหันมาถลึงตาใส่แล้วจ้องตอบเขา ตากลมคู่สวยสีเข้มนั้นเหมือนจะดึงดูดกิวเข้าไปยังอีกโลกที่ตนไม่เคยก้าวเข้าถึง มองหน้าเขาได้สักพักน้องก็ยิ้มร่าเหมือนคิดอะไรได้ซึ่งนั่นทำให้กิวขนลุกวาบไม่น้อย พอถามไปเจ้าตัวก็ตอบมาว่า

 

“พยาบาลเบื้องต้นไงคุณ ไม่รู้จักเหรอ”

 

ไม่เคยรู้สึกตัวว่าตนโง่มาก่อนเลยจนมาเจอเด็กคนนี้ ระหว่างที่กำลังอึ้งน้องก็บรรจงแปะพลาสเตอร์ลายน่ารักที่ถ้าเป็นตนทำเองคงไม่มีวันหยิบขึ้นมาติดเด็ดขาดแปะให้อย่างดี ถ้าเขาจะเป็นบาดทะยักตาย หรือติดเชื้อตายก็คงเป็นเพราะการพยาบาลเบื้องต้นนี่แหละ แน่นอนว่าหลังจากนั้นเขาก็โดนรูทขำเรื่องสติ๊กเกอร์ไปเป็นอาทิตย์ และหลังจากจัดการทำแผลแบบที่เจ้าตัวบอกให้เขาเสร็จน้องสามารถทิ้งเขาไว้ในซอยแล้วไปเรียนต่อก็ได้โดยที่ไม่ต้องรู้สึกผิดเลยด้วยซ้ำ แต่น้องกลับเลือกจะนั่งรอ อยู่เป็นเพื่อนคุยด้วย ตอนนั้นเขาถึงได้รู้ว่าเด็กที่กล้ามาช่วยเขาคนนั้นชื่อพาย แล้วมารู้ทีหลังตอนทั้งสองมารับนั่นแหละว่าพายคือน้องของพัพ เพื่อนสนิทอีกคนของเขา และเหตุการณ์นั้นก็เป็นสาเหตุที่ทำให้กิวพยายามเข้าไปมีส่วนร่วมในชีวิตน้อง

 

คิดถึงตรงนี้นิ้วที่คีบบุหรี่ไว้ก็ชะงัก กิวทิ้งบุหรี่ที่สูบไปไม่ถึงครึ่งลงพื้นแล้วดับมัน เขาลืมไปว่าพายไม่ชอบกลิ่นบุหรี่ เวลาไปรับไปส่งน้องแต่ละทีถ้าได้กลิ่นบุหรี่คนตัวเล็กมักจะไอค่อกแค่กจนเขารู้สึกผิดอยู่เสมอ ช่วงหลังมานี้กิวจึงพยายามลดบุหรี่ลง ให้เลิกเลยมันคงไม่ได้แต่ลดลงก็ไม่เป็นปัญหาเท่าใดนัก

 

“ไง คุณชายกิว ลูกชายท่านประธานใหญ่ ได้ข่าวว่ารถพังไปแล้วไม่ใช่เหรอ? ไหงมาโผล่หน้าให้เห็นแบบนี้ล่ะ”

 

 คิ้วเข้มกระตุกเมื่อได้ยินคำพูดไม่รื่นหูสักเท่าไหร่ ตาคมเหลือบมองเจ้าของประโยคจึงเห็นว่าเป็นคู่อริทั้งทางธุรกิจและการแข่งรถของตน ไม่อยากจะต่อความยาวสาวความยืดร่างสูงจากที่ยืนพิงกำแพงก็เดินเลี่ยงกลับไปหากลุ่มเพื่อนของตน หากการกระทำดังกล่าวคงเหมือนการหักหน้าอีกฝ่ายที่ตั้งใจจะมาหาเรื่องเต็มที่ไหล่กว้างจึงถูกรั้งไว้แล้วกระชากให้หันกลับไปมองหน้าอีกฝ่าย “เฮ้ย! มึงคิดว่าเคยชนะเข้าหน่อยจะหยิ่งไม่คุยกับกูหรือไงไอ้กิว!”

 

เสียงโวยวายเรียกความสนใจจากสมาชิกคนอื่น ๆ ในแก๊งค์ของกิวที่นั่งอยู่ไม่ไกล รูทกับพัพเป็นสองคนที่เดินเข้ามาหาก่อน “อะไรของมึงไอ้ดอม จะหาเรื่องกันก่อนแข่งหรือไงวะ?”

 

“เพื่อนมึงเสียมารยาทเอง คิดว่าเป็นลูกคนใหญ่คนโตแล้วจะมากร่างได้เหรอวะ ห๊ะ!?”

 

“กูก็ยังมีดีให้กร่าง ไม่ใช่เป็นหมาขี้แพ้แล้วมาหาเรื่องคนอื่น” คนหน้านิ่งพูดเสียงเรียบก่อนผลักอกของดอมเสียจนอีกฝ่ายแทบกระเด็น คำพูดไม่ไว้หน้าต่อธารกำนัลยิ่งทำให้คนเข้ามาหาเรื่องอับอายและโมโหหนักมากขึ้นอีก แต่ก่อนที่จะทันทำอะไรเสียงเรียกรวมตัวเพื่อรอสัญญาณแข่งรอบถัดไปก็ดังขึ้นเสียก่อน นั่นทำให้ดอมต้องละมือจากการหาเรื่องคู่แข่งไว้แต่เพียงเท่านี้ “แล้วมึงกับกูจะได้เห็นดีกันไอ้กิว!” ทิ้งประโยคอาฆาตหมาดร้ายไว้แล้วสะบัดตัวเดินกลับไปยังกลุ่มของตน

 

“กิว... กูว่าวันนี้มึงอย่าลงเลยดีกว่า ไว้อาทิตย์หน้าค่อยแก้มือก็ยังทัน”

 

รูทเดินมาตบบ่าเพื่อนซึ่งยังจ้องไปยังเส้นทางที่ดอมเดินกลับไป อารมณ์ตอนนี้ของกิวคงไม่ค่อยจะดีนักจากการยั่วโมโห และสภาพรถที่ไม่เอื้ออำนวยเท่าไหร่คงไม่มีทางเอาชนะแผนการณ์รวมไปถึงแผนโกงของคู่แข่งได้แน่ ๆ กิวชั่งใจกับสิ่งที่เพื่อนพูดและความต้องการของตนเอง เขาอยากจะได้เงินสำหรับผู้ชนะรอบนี้ไปแบ่งให้กับทุกคนในกลุ่มจะ คนที่มีปัญหาจะได้ไม่ต้องไปรับยาจากคนอื่นมาขายกลับไปเรียนไปทำงานของแต่ละคน แต่จากสภาพการณ์ที่เห็นแล้วทางออกที่ดีที่สุดคือการทำตามที่รูทว่า ชายหนุ่มพยักหน้าแกร่น ๆ ตอบรับไป

 

“เออ อย่าไปฟังมันมาก โทรไปหาน้องพายของกูฟังคำพูดน่ารัก ๆ ก็ได้ไป โอ้ย!”

 

“ใครน้องพายของมึง พูดให้มันถูก ๆ”

 

ฝ่ามืออรหันต์ของพัพฟาดลงกลางกระหม่อมเน้น ๆ ทำเอารูทต้องร้องโอ้ย คนตัวเล็กท่สุดในกลุ่มหันไป