หัวหน้าแก๊งค์
 
ตอน พี่น้องและผองเพื่อน
 
 
 
 
 
 คำเตือน : นิยายเรื่องนี้มีเนื้อหาในแนวชายรักชาย หากไม่ประสงค์เสพกดปิดได้ที่มุมขวาบนค่ะ
 
 
 
 
 

เคยมีคำกล่าวไว้ว่าการมีพี่น้องดี มีเพื่อนดีจะทำให้ชีวิตของคนเราเจริญก้าวหน้าเพราะคนดี ๆ มักจะเรียกแต่สิ่งที่ดีเข้ามาในชีวิต เกื้อหนุนกันและกันจนทำให้ชีวิตเจริญรุ่งเรือง

 

แล้วเคยมีใครกล่าวมั้ยว่าการที่เพื่อนที่ไม่ค่อยดีหวังจะเคลมน้องที่ค่อนข้างดีชีวิตมันจะออกมาเป็นแบบไหน 

 

 

 

“ทำไมทำหน้าบึ้งแบบนั้น?”
   
ผู้มีศักดิ์เป็นพี่ชายซึ่งกำลังนั่งแทะป๊อกกี้รสช็อคโกแลตสุดโปรดปรานถามขึ้นเมื่อเห็นคนที่ถือวิสาสะเดินเข้าห้องนอนส่วนตัวมาทำหน้าบูดเป็นตูดลิง แถมยังมาโถมตัวพุ่งลงเตียงที่อุตส่าห์จัดให้ฟูนุ่มอย่างไร้ความเกรงใจ แล้วนั่นแต่งตัวอะไร... บอกกี่หนว่าอย่าใส่บ๊อกเซอร์สั้นจู๋จนก้นแลบก็ยังจะใส่ อุจาดตาคนมองชะมัด

“เพราะตัวโตนั่นแหละ” ตอบอู้อี้เพราะยังเอาหน้าแนบไปกับผืนผ้าห่ม กลิ่นพี่ชายหอมแบบไหนก็หอมแบบนั้นตลอดเลยแหะ

“กู? โบ้ยว่ะ ยังไม่ทันทำอะไรให้”

ตาเขียวปั้ดตวัดมามองเขาทันทีที่พูดจบ น้องน้อยลุกขึ้นมานั่งขัดสมาธิแล้วจ้องหน้าชายหนุ่มเหมือนกำลังค้นหาอะไรบางอย่างบนนั้น ฝ่ายพัพก็มองตอบ สงสัยไม่น้อยว่าตัวเองไปทำอะไรให้ไอ้เด็กนี่ถึงได้เดินเข้ามาหาเรื่องถึงห้องนอน ทั้งที่ก็ยอมยกห้องนอนห้องใหญ่รองมาจากห้องแม่ให้แล้วนะ

“ก็พี่พัพอ่ะ เพื่อนพี่พัพด้วย อะไรก็ไม่รู้ วุ่นวายอยู่นั่นทุกวันเลย”

พัพร้องอ๋ออยู่ในใจ น้องคงหมายถึงเรื่องที่ไอ้กิวคอยตามตื้อจะไปรับไปส่งที่บ้านกับที่โรงเรียนตั้งแต่เมื่อราว ๆ สองอาทิตย์ก่อน หลังจากที่น้องเผอิญไปช่วยมันจากการโดนรุมกระทืบไว้

“ก็ไม่เห็นเป็นไร มันไปรับไปส่งก็ดีจะตาย สาว ๆ อยากซ้อนท้ายมันกันทั้งนั้น”

“แต่พายไม่ใช่ผู้หญิงนะ! แล้วพายก็ไม่อยากนั่งรถคันใหญ่ด้วย!”

“ขาตัวเล็กไม่ถึงไงเลยไม่อยากขึ้น”

“พี่พัพ!”

หมอนใบโตลอยมาหมายปะทะใบหน้าแต่มือใหญ่คว้าไว้ได้ทัน เจ้าตัวดีเลยแก้แค้นคว้ากล่องป๊อกกี้ของเขาไปนั่งกินบนเตียงด้วยใบหน้าเคียดแค้นสุด ๆ คนที่แค้นมันควรจะเป็นเขาที่โดนปาหมอนใส่แถมยังโดนแย่งขนมไปกินต่อหน้าไม่ใช่เหรอ แต่พัพก็ไม่ได้เอ่ยปากว่าหรือเอาคืนน้องแต่อย่างใด กลับกันยังเปลี่ยนที่ไปนั่งบนเตียงข้างน้องแล้วมองใบหน้าด้านข้างแทน

พายเป็นเด็กหน้าตาดีและนิสัยก็ดีพอ ๆ กับหน้าตาถ้าไม่ติดความกวนตีนที่ที่ชอบปล่อยลูกในปากวิ่งออกมาไล่กัดชาวบ้านเขา ต้องขอบคุณสายเลือดของคุณพ่อกับคุณแม่ที่ส่งยีนส์ดี ๆ มาปั้นรูปร่างหน้าตาของเจ้านี่ และต้องขอบคุณตัวเขาเองด้วยที่คอยช่วยแม่เลี้ยงดูน้องให้เป็นผู้เป็นคนมาจนถึงตอนนี้ที่ไม่มีคุณพ่อเป็นผู้นำครอบครัวเหลือเพียงแค่คุณแม่ คุณหญิงอรอนงค์คนเดียวเท่านั้น

“..........ตัวโต พายถามอะไรหน่อยได้มั้ย?”

พัพรู้ดีเพราะตนช่วยเลี้ยงน้องมาตั้งแต่ยังเล็ก หากน้องเกริ่นประโยคนำเช่นนี้ขึ้นมามันหมายความว่าน้องกำลังจริงจังกับเรื่องที่กำลังจะพูด และน้องจะต้องเอาคำตอบให้ได้ไม่ว่าจะต้องบังคับหรือทำตัวยุ่งวุ่นวายกับชีวิตส่วนตัวของคนอื่นขนาดไหนก็ตาม “ว่ามาสิ” และการตอบรับว่าจะฟังคำถามของน้องถือเป็นการตอบรับที่ดีที่สุด

“ตัวโต... ตัวโตขายยาแบบพี่กิวหรือเปล่า? พายอยากรู้เรื่องจริงไม่เอาคำตอบโลกสวย ไม่เอาอ้อมค้อม แค่ตอบว่าขายหรือไม่ขายก็พอ”

ก็พอจะรู้ว่าน้องต้องถามเรื่องนี้สักวัน ตั้งแต่เจอกันในตรอกวันนั้นกลับมาถึงบ้านพัพก็คิดไว้แล้วว่าน้องต้องถามแต่กลับไม่ น้องเพียงแค่เอ่ยทักทายตามปกติแล้วขึ้นห้องทำการบ้าน พอเวลากินข้าวก็ลงมากิน ไม่ได้เอ่ยถาม ไม่ทำหน้าเสียใจ ไม่โมโห ไม่อะไรทั้งนั้น เป็นธรรมชาติขนาดที่เขาเสียอีกที่เป็นฝ่ายกระอักกระอ่วนใจ แต่ก็ตามนิสัย พัพไม่ใช่คนที่จะเอ่ยอะไรออกมาง่าย ๆ หากไม่คิดว่ามันถึงเวลา ทั้งสองคนจึงยังไม่ได้คุยเรื่องนี้กันเลยจนล่วงเลยมาถึงวันนี้

"ไม่ได้ขาย ทั้งพี่ทั้งรูทไม่ได้ขาย มีแค่กิวคนเดียว"

ฟังคำตอบแล้วพายก็มีสีหน้าโล่งใจก่อนถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา ดูท่าทางเจ้าตัวก็จะคิดมากไม่น้อย นับว่าเก่งมากทีเกียวที่อดทนไม่พูดออกมาได้จนถึงตอนนี้

"ความจริงพายก็คิดอยู่แล้วว่าพี่พัพไม่ขายหรอก แต่แค่อยากได้ยินจากปากพี่เฉย ๆ"

พัพลูบหัวน้องอย่างเบามือ พายก็ช่างน่ารักเขยิบมานั่งเอียงหัวซบไหล่พี่ชายเหมือนเด็กฟาที่พึ่ง "อือ แต่ก็ช่วยมันดูต้นทางบ้างนั่นแหละ ยังไงก็เพื่อนกัน" ตอบไปตามความจริง เขาไม่เคยปิดบังอะไรน้องถ้ามีเหตุจำเป็นให้ต้องทำจริง ๆ

"พี่พัพไม่บอกให้พี่เขาเลิกขายล่ะ? ดูสนิทกันออก น่าจะฟังเพื่อนบ้าง หรือเคยบอกแล้วแต่พี่เขาเลิกไม่ได้"

พายพูดได้ถูกที่สุด ถ้าบอกกิวยังไงกิวก็ฟังเพื่อนและเลิกขายยาแน่นอน ซึ่งพวกเขาทั้งคู่ ทั้งพัพและรูทก็ได้คำตอบว่าอีกฝ่ายจะเลิก แต่วงการดำมืดที่ก้าวเท้าเข้าไปแล้วการจำก้าวออกมามันไม่ง่ายเฟมือนที่เดินเข้าไป ตอนนี้เพื่อนสนิทของเขาเลยยังต้องเดินย่ำเท้าวนเวียนอยู่ในวงการอันตรายนั่นอย่างไม่รู้จะแยกตัวออกมายังไง ยังดีที่กิวไม่ขายยาให้คนในแก๊งค์หรือเพื่อนอย่างเขา แต่เลือกจะปล่อยมันออกไปให้ไกลตัวมากที่สุด

"ก็แบบนั้นแหละ"  แรงขยับที่ลาดไหล่ทำให้พัพรู้ว่าพายพยักหน้ารับรู้ เด็กคนนี้เข้าใจอะไรง่ายเสมอ "แล้วว่าไง จะใจอ่อนให้เบอร์มันหรือยัง"

ตอนแรกก็ไม่รู้เรื่องอะไรกับเขาหรอกเพราะไม่คิดว่ากิวมันจะทำอะไรแบบนี้ แต่หลังจากที่เพื่อนหน้านิ่งบอกน้องเขาว่าอยากได้น้องไปเป็นแฟน เจ้าตัวก็ปรี่มาฟ้องเขาใหญ่บอกว่าโดนกิวแกล้ง พูดจาน่ากลัวเหมือนลุงหื่น ๆ แต่เขาเห็นนะว่าตอนเปิดปากเล่าเรื่องน้องหน้าแดงขนาดไหน เด็กม.ปลายมันจะประสีประสาอะไรกับเรื่องแบบนี้กัน ยิ่งเป็นพายยิ่งหนัก อย่าว่าเรื่องจับมือหรือจูบแรกเลย คำพูดตรง ๆ อย่าง 'อยากได้พายมาเป็นแฟน' แบบที่เพื่อนเขาพูดก็คงเพิ่งมีครั้งแรกเนี่ยแหละ ตอนคบคนก่อน ๆ ก็คงเพราะอยากรู้ตามประสาเด็กกำลังโต แถมเขายังไม่เคยเห็นเจ้าเด็กนี่เล่าเรื่องความรักของตัวเองอย่างที่เด็กวัยเดียวกันมักจะทำอีกด้วย นับได้ว่าพายยังเป็นเด็กหนุ่มวัยม.ปลายที่ไม่เชี่ยวชาญเรื่องความรักเลยประมาณนั้น

"ไม่รู้ว่าจะให้ไปทำไมเลยไม่ให้ พี่พัพเหอะ ไม่คิดว่าแปลกเหรอที่ผู้ชายจะบอกว่าอยากได้ผู้ชายเป็นแฟน แถมยังเป็นเพื่อนพี่กับน้องพี่อีกนะ"

"แปลก แต่ยังไงก็เป็นเรื่องของคนสองคน ถ้าตัดสินใจแล้วคนอื่นก็ไม่เกี่ยว"

ตอนรู้เรื่องจากน้องก็ยอมรับว่าข้องใจในตัวเพื่อนเหมือนกัน กิวเป็นคนหน้าตาดีถึงจะนิ่งจนทำให้ดูเหมือนอารมณ์เสียตลอดเวลาก็เถอะ ยิ่งเรื่องฐานะไม่ต้องพูดถึง บริษัทยักษ์ใหญ่ของที่บ้านทำเงินให้มหาศาลชนิดติด 1 ใน 10 ของคนรวยระดับประเทศ มีรถขับทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซค์แม้จะยังอยู่ในวัยมัธยมปลายก็ตาม แค่คุณสมบัติแค่นี้ก็พอจะทำให้เจ้าตัวกระดิกนิ้วเรียกใครคน ๆ นั้นก็คงรีบวิ่งมาประเคนพร้อมรับใช้ถึงที่ แต่เจ้าตัวดันมาสนใจเด็กที่อายุน้อยกว่าตัวเองสองปี แถมยังเป็นเด็กผู้ชายอีกเนี่ยนะ? ถึงเขาจะรับได้เรื่องที่เพศเดียวกันจะคบกัน แต่จะไม่ให้ห่วงเลยก็ใช่ที่ ยังไงพายก็เป็นน้องชายคนเดียวของเขา

"ตอบซะหล่อเลย มิน่าล่ะสาวถึงหลง"

"ไม่ตอบก็หลงเหอะว่ะ คนมันหล่อ"

"กล้าว่ะตัวโต หล่อนักวันนี้นอนพื้นแล้วกัน พายจะนอนห้องนี้" ไม่ว่าเปล่าผละศีรษะจากไหล่พี่ชายมานอนหนุนหมอนใบโตบนเตียงแทน แถมยังมีการเอาขามาก่ายไว้บนหน้าตักทั้งสองข้างอีก การกระทำของน้องชายชักจะหยามเจ้าของเตียงมากเกินไปแล้ว

พัพมองขาขาวที่โผล่พ้นกางเกงลามไปยันแก้มก้นที่แลบออกมา ยิ่งน้องเอาขาเกยมันยิ่งรั้งกางเกงขาสั้นให้ขึ้นไปจนเห็นอะไรต่อมิอะไรหมดแล้ว แถมมันยังไม่ใส่ชั้นในให้เรียบร้อยอีก... มือหนาเลยจัดการถกกางเกงตัวจิ๋วของน้องลง "เหี้ย! พี่พัพเล่นเหี้ยไรเนี่ย!?" คนโดนดึงเด้งตัวขึ้นมาอย่างไวแถมยังจะยันขาถีบเข้าหน้าเขา แต่ชายหนุ่มไวกว่า พัพหลบขายาวของน้องแล้วล้มตัวนอนแทนที่ทันที

"นี่ที่กู จะนอนก็กลับไปนอนห้องตัวเอง แล้วเปลี่ยนกางเกงซะด้วย อะไรที่มันเล็ก ๆ สั้น ๆ จะได้ไม่โผล่มาให้คนอื่นเขาเห็น"

"พี่พัพทะลึ่ง! เขาเรียกวัยกำลังโตเว้ย!"

"โตเหี้ยไร ไข่ฝ่อสิไม่ว่า" เมื่อเห็นหน้าแดงแปร๊ดและปากที่กำลังจะขยับด่าอีกรอบพัพก็รีบชิ่งพูดก่อนไม่งั้นก็คงจะต้องเถียงกันไปอีกนาน แล้วเขาก็จะไม่ได้นอนโดยปกติสุขสักที "ไปเปลี่ยนกางเกงแล้วจะให้นอนด้วย ให้เวลาห้านาที แปรงฟันเสร็จยังไม่มากูล็อค"

"เออ! ห้ามล็อคนะเดี๋ยวมา"

มองคนที่วิ่งปร๋อออกไปหากางเกงเปลี่ยนแล้วพัพก็ถอนหายใจ มีน้องชายไม่ระวังตัวแบบนี้จะไม่ให้เป็นห่วงได้ยังไง ถ้าเป็นคนอื่นป่านนี้คงโดนลากไปไหนต่อไหนแล้ว





อย่างที่ว่าไว้ พายเป็นเด็กหน้าตาดี หน้าได้รูป ตากลมโตเรียวสวยเหมือนตาจิ้งจอก ตัวเล็กแถมยังขาวตามแบบฉบับคนเชื้อสายจีน ที่สำคัญมันไม่ได้เหมือนพี่ตอนอยู่ในวัยเดียวกันเลย พัพตัวใหญ่กว่าเด็กในชั้น ผิวเข้มกว่าหน่อยเพราะออกกำลัง หน้าคมกว่าแต่ตาโตเหมือนน้อง จำได้ว่าพอพัพเห็นสภาพน้องที่ต่างกับตัวเองลิบลับก็ถึงกับต้องจับน้องหัดมวย หัดเล่นกีฬาหวังให้น้องป้องกันตัวได้ ซึ่งจัดว่าน้องฝีมือดีทีเดียว แต่ด้านร่างกายกลับไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลยจนพัพต้องยอมรับว่าน้องคงได้โครงร่างจากแม่มากกว่าได้จากพ่อ

นอนคิดเรื่องเก่า ๆ ได้เพียงครู่ร่างสูงก็จัดแจงเดินเข้าห้องน้ำทำภารกิจส่วนตัว เสียงตึงตังจากข้างห้องเป็นสัญญานว่าคนตัวเล็กใกล้จะกลับมาถล่มเตียงนอนเขาอีกครั้งแล้ว แต่ยังไม่ทันจะจัดการกับตัวเองเสียงโทรศัพท์ก็ดังเรียกร้องความสนใจเสียก่อน เมื่อมองดูแล้วว่าคนที่โทรเข้ามาคือใคร นิ้วชี้ที่สวมแหวนเงินก็เลื่อนรับทันที “ว่าไง” กรอกเสียงตอบรับกลับไป


“ไอ้คุณพิศุลย์มึงจะมามั้ยครับวันนี้ สายสอง เงินเดิมพันเยอะพอตัว มึงคงซื้อบิ๊กไบค์ที่แต่งเสร็จได้”

คนที่โทรเข้ามาเรียกชื่อเต็มเขาก่อนจะบอกธุระแบบนี้มักจะเป็นรูท ดูเหมือนวันนี้จะมีตารางแข่งรถนอกรถมอเตอร์ไซค์นอกรอบ ตั้งใจจะตอบว่าไม่ไปแต่เมื่อได้ยินว่าเงินเดิมพันคราวนี้อาจจะทำให้เขาซื้อบิ๊กไบค์แบบที่ตั้งใจไว้ก็ชวนให้ชั่งใจ เขาอยากได้บิ๊กไบค์มานานแล้วแต่ก็ไม่อยากจะลำบากแม่ที่ทำงานอยู่คนเดียว ถึงวิธีหาเงินมันจะไม่ค่อยดีนักแต่มันได้เร็วกว่าวิธีอื่น งานพิเศษที่ทำอยู่ที่อู่รถเดือน ๆ นึงยังได้ไม่ถึงครึ่งของการแข่งต่อครั้งด้วยซ้ำ

“มาแล้ววววว เร็วกว่าด้วย!”

ยังคิดไม่ตกว่าจะไปดีไหมไอ้ตัวดีที่เขาไล่ไปเปลี่ยนกางเกงก็วิ่งตื้อเข้ามาพุ่งลงเตียง ห่อตัวอยู่ใต้ผ้าห่มแล้วกลิ้งไปมาเสียสนุกสนาน เห็นน้องอยากมานอนด้วยขนาดนั้นพัพก็มีคำตอบเรียบร้อยแล้ว “คงไม่ว่ะ วันนี้นอนกับน้อง น้องมันมาอ้อนขอนอนด้วย”

“ไม่ได้อ้อน! มาแย่งที่ พี่พัพพูดให้ถูก ๆ ดิ๊” พายที่ได้ยินพี่ชายบอกคนปลายสายแบบนั้นก็ผุดลุกมาแก้ตัวทันที รูทที่ฟังอยู่ก็คงได้ยินถึงได้หัวเราะซะดังขนาดนั้น


“ขอคุยกับน้องมึงหน่อย เด็กอะไรวะโคตรกวนตีน โคตรน่ารัก กูชอบ”

“กูเลี้ยงมากับมือ มันต้องได้พี่มันอยู่แล้ว” พัพยิ้มเมื่อได้ยินเพื่อนตัวดีทำเสียงอ้วกเข้ามาในสาย เครื่องมือสื่อสารยื่นไปตรงหน้าคนที่นอนมองหลังพี่ชายแบบเพลิน ๆ พายทำหน้างงนิดหน่อยตอนเห็น แต่ก็รับโทรศัพท์ไปแนบหูก่อนจะยิ้มกว้างจนตาหยีเมื่อรู้ว่าคนปลายสายคือใคร ไม่รู้สองคนนั้นเขาไปสปาร์คติดกันตอนไหน พอเจอน้องรูทก็เอาแต่ร้องเย้ว ๆ ว่าน้องน่ารักอย่างนั้นอย่างนี้ ไอ้นี่มันชอบของน่ารักก็เลยไม่แปลกใจ แต่ไอ้น้องตัวดีของเขานี่สิ ปกติเคยสนใจเพื่อนพี่ชายที่ไหน มาเจอรูทดันระริกระรี้ไปสนิทกับเขา ท่าทางที่เขาบอกว่าคนประเภทเดียวกันมักจะดึงดูกันคงจะจริง ถ้าจะบอกว่าเหมือนกันตรงไหนก็คงจะเป็นความเตี้ย เล็ก สั้น ปากดี แถมกวนตีนเป็นที่สุดนี่แหละ พัพบุ้ยใบ้ให้น้องรู้ว่าตัวจะไปแปรงฟัน พายก็ช่างรักพี่โบกมือไล่เสียอย่างกับพี่มันเป็นแมลงวัน สรุปนี่ใครเป็นพี่น้องกับมันกันแน่ เขาหรือไอ้รูท?
   
แปรงฟันจนเสร็จน้องก็ยังคงคุยติดลมอยู่ ร่างสูงเดินมานั่งข้างเตียงมองน้องที่นอนกลิ้งไปมาคุยโทรศัพท์ของเขา ท่าทางจะคุยถูกคอ เห็นว่าให้เบอร์โทรศัพท์กันไปด้วย ฟังแล้วก็สงสารเพื่อนอีกคนที่ป่านนี้คงจะแข่งรถรอบแรกอยู่ ตื้อขอเบอร์มาตั้งสองอาทิตย์ไม่ได้ ไอ้คนที่เจอกันสองครั้งแถมเพิ่งได้คุยโทรศัพท์กันมันได้ไปแล้วแบบง่ายดาย

“นั่นแหละพี่รูท พี่พัพแม่งลามกมาดึงกางเกงคนอื่นเขา... หือ? พี่รูทว่าไงนะพี่รูท พี่ พี่..... กิว”

ฟังพายเล่าเรื่องเมื่อกี้แล้วมาเห็นน้องตัวแข็งไปก่อนจะเรียกชื่อเพื่อนอีกคนที่เขาเพิ่งนึกถึงเมื่อครู่พอดี ช่างตายยากเสียจริง แบบนี้ก็คงจะสนุกไม่น้อย พัพล้มตัวนอนมองปฏิกิริยาของน้องที่นอนคว่ำชันตัวคุยโทรศัพท์พลางทำหน้าเหรอหราไปด้วย ได้ยินเสียงโวยวายจากรูทมาไกล ๆ สงสัยว่าจะโดนกิวแย่งโทรศัพท์ไปเพราะไปกวนตีนว่าคุยกับน้องอยู่แน่ ๆ สันดานเพื่อนเป็นยังไงก็รู้กันอยู่

“อื้อ ไรอ่ะจะคุยอะไร ไปคุยกับพี่พัพดิ๊... พี่พัพ ๆ พี่กิวจะคุยด้วย”

พายรีบว่ารวดเดียวแล้วยัดเครื่องมือสื่อสารให้พี่ชาย คนเป็นพี่ก็รับมาแบบงง ๆ แล้วกรอกเสียงลงไปตามสาย “ว่าไงมึง แข่งเป็นไง” 


“ชนะ แต่มันเล่นพวกรถเลยพังไปคัน... โคตรเหี้ย”

“มึงไม่เจ็บก็พอ หัวหน้าอย่างมึงเป็นอะไรขึ้นมาพวกกูก็ลำบาก” พัพพูดเรื่องจริง กลุ่มของพวกเขาถือได้ว่ามีชื่อเสียงในเรื่องแข่งรถพอตัว ยิ่งกับกิวที่อาจหาญลงแข่งตั้งแต่ยังไม่ทันมีใบขับขี่ยิ่งมีรคนอยากไล่บี้ถึงฝีมือ การที่รถพังถือว่าแย่ แต่ถ้าคนมีฝีมืออย่างกิวเจ็บไปจะลำบากยิ่งกว่า พัพเอ่ยถามเรื่องราวในสนาม เรื่องทีมและเรื่องสายส่งยาในกลุ่มที่ช่วงนี้เหมือนจะมีปัญหาติดขัดเล็กน้อย คุยกันได้สักพักพัพก็รู้สึกถึงสายตาของคนที่นอนอยู่ด้านข้าง พายนอนมองและดูท่าคงจะตั้งใจฟังทุกประโยคที่เขาพูดเสียด้วย เห็นแล้วก็อยากแกล้งน้องตัวเองขึ้นมาตะหงิด ๆ

“กิว เมื่อกี้กูไล่ตัวเล็กไปเปลี่ยนกางเกง มึงรู้มั้ยเพราะอะไร?”

“พี่พัพ! ตัวโต อย่าเล่านะเว้ย!” เหมือนจะรู้ว่าภัยมาถึงตัวน้องทำท่าจะยื้อแย่งโทรศัพท์จากเขาไปกดวาง แต่ช่วงตัวที่ต่างกันทำให้พัพเคลื่อนตัวไวกว่า อีกฝ่ายลุกเดินพร้อมกดเปิดลำโพงให้เสียงดังขึ้น กิวดูจะงงเล็กน้อยมที่ชายหนุ่มเปลี่ยนเรื่อง แต่ก็ตอบรับกลับมาด้วยความอยากรู้กึ่งนึงและพอจะเข้าใจสิ่งที่เพื่อนต้องการอีกกึ่งนึง

“เพราะมันอยากโชว์แต่เสือกไม่เจียมว่าของตัวเองทั้งเล็กทั้งสั้น”

“พี่พัพเลว! บอกว่าเรียกว่ากำลังโต เล็กสั้นที่ไหนล่ะเว้ย!” พายหน้าแดงระเบิดเสียงพร้อมรัวหมอนอิงใส่พี่ชายที่นั่งหัวเราะกับเพื่อนอีกคนทางปลายสาย “ไอ้พี่กิวก็เลว ได้ยินนะเว้ย! มาหัวเราะคนอื่นเขาแบบนี้ได้ไง!” พาลไปยันอีกคนที่หัวเราะอยู่ถึงแม้จะมีมารยาทแค่หัวเราะหึออกมาแต่พอเปืดลำโพงแค่เสียงหึมันก็ทิ่มแทงไปถึงหัวใจ


“กูขอคุยกับน้องหน่อย”

คำพูดของกิวขับให้คิ้วเรียวของคนที่ยังหน้าแดงขมวดเข้าหากัน พัพพยักเพยิกหน้าให้น้องพร้อมโทรศัพท์ พายทำหน้ายุ่งใส่พี่ชายแล้วรับมาแนบหู ยังเขินไม่น้อยที่พี่ชายไปเล่าอะไรแบบนั้นให้คู่กรณีของตนเองฟัง มันคนละอารมณ์กับที่เล่าให้พี่รูทฟังน่ะสิ เล่าเองกับโดนเอาไปเล่ามันไม่เหมือนกันไม่เข้าใจหรือไง! 
   
“อะไร ถ้าจะมาล้อก็วางไปเลยนะ” 


“เปล่า จะมายื่นข้อเสนอ”

“ข้อเสนอ? ข้อเสนออะไร?” สงสัยไม่น้อยจู่ ๆ ก็มาพูดเรื่องข้อเสนอหลังจากขำคนอื่นเขาไปแล้วจึงลองถามหยั่งเชิง ตั้งใจฟังอยู่ได่ไม่นาน พายที่อือออรับคำอยู่ ๆ ก็หน้าแดงขึ้นมาอีกรอบ เหมือนจะหนักกว่าที่โดนแกล้งเมื่อครู่ซะด้วย เจ้าตัวรีบยื่นโทรศัพท์คืนให้พี่ชายก่อนพุ่งหลาวลงเตียงแล้วห่อตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม ไม่วายตะโกนสำทับตามหลัง “ไม่เอาโว้ย! ไอ้พี่กิวแม่งโรคจิต!”
      
พัพมองท่าทีของน้องแล้วต่อมความอยากรู้ก็พุ่งพล่าน “มึง...” ไม่ทันทีจะเอ่ยถามคนที่อยู่ปลายสาย อีกฝ่ายก็ชิ่งตอบมาก่อน และคำตอบก็ทำให้พัพสามารถเอาไปล้อน้องทีหลังได้อีกหลายสัปดาห์เลยทีเดียว
 

“กูบอกน้องไปว่าถ้าไม่ให้เบอร์กู กูจะขับนินจาไปถกกางเกงน้องในห้องมึงตอนนี้เลย”



To be continue
 
 

 ■  ■  ■  ■  ■  ■  ■  ■  ■  ■

 

 

สวัสดีต้นเดือนพร้อมตอนล่าสุดค่ะ

ตอนนี้เน้นพี่น้องรัวๆเพราะเป็นการปูเรื่องให้ตอนต่อๆไปและก็เอาใจแฟนคลับพี่พัพน้องพายไปด้วยในตัว ฮา
ยอมรับว่าแต่งไปแต่งมาแล้วอยากจะแยกมาเป็นตอนพิเศษให้พี่น้องได้กันเอง... ทำไมมันมุ่งมิ้งฟรุ้งฟริ้งจังนะพี่น้องคู่นี้  
 


พี่กิวเราบทน้อยค่ะตอนนี้ เพราะเดี๋ยวต้องมีตอนหลักเปิดตัว แฟนคลับพี่กิวอดใจรอหน่อยนะ ส่วนรูทยังไงก็ต้องมีออกมาเรื่อยๆค่ะ ตัวละครสำคัญนะเนี่ย! (เหรอ)

อ่านคอนเม้นของทุกคนแล้ว บอกตรงๆว่าเขินมากค่ะ อ่านไปยิ้มไปแล้วอ่านในที่ทำงาน แม่ขา พี่ๆถามว่ายิ้มทำไม ไม่กล้าบอกเลย  

ขอบคุณมากๆนะคะที่ชอบเรื่องราวของทั้งสองคู่นี้ ติชมได้เลยนะคะะเพื่อจะได้ปรับปรุงฝีมือต่อไปเรื่อยๆ
แล้วจะรีบกลับมาร่วมด้วยช่วยทำให้ฟินค่ะ  

Comment

Comment:

Tweet