♥ [Free!'s Fiction] โลกส่วนตัวสูง

posted on 30 Aug 2014 23:52 by annew-me in Free directory Fiction, Cartoon

 

โลกส่วนตัวสูง

 

 

 



Title :  โลกส่วนตัวสูง
Fandom : TV アニメ Free! Iwatobi High School Swimming Club
Pairing : Tachibana Makoto x Nanase Haruka
Rate : PG

 

 


คำเตือน : แฟนฟิคชั่นเรื่องนี้มีเนื้อหาชายรักชายแน่นเอี๊ยดทุกเซลล์ตัวอักษร หากไม่ชอบเสพกรุณาเลื่อนเม้าส์ไปมุมขวาบนแล้วคลิกตัว 'x' ค่ะ

 

 

 

 

 

 


มีคนเคยบอกว่า นานาเสะ ฮารุกะ เป็นคนโลกส่วนตัวสูง

 

 


หลังจากลองหาข้อมูลของคำว่า 'โลกส่วนตัวสูง' แล้วจึงเข้าใจว่าคำคำนี้มักใช้เรียกขานคนที่มีอาการชอบแยกตัวเองออกจากผู้คน ไม่สนใจสิ่งรอบข้าง มีชีวิตอยู่ในมุมมองของตนเอง อาจร้ายแรงถึงขั้นไม่สนใจคนรอบตัว จนทำให้ดูเหมือนคนไร้มนุษยสัมพันธ์


"มาโกโตะ... ฉันเป็นคนโลกส่วนตัวสูงเหรอ?"


หลังจากเจอคำถามนี้จากปากคนที่โดนบอกว่า 'โลกส่วนตัวสูง' เข้าไปมาโกโตะถึงกับไปไม่เป็น เขาไม่ค่อยเข้าใจนักว่าคำนี้หมายถึงอะไรจึงไม่สามารถตอบเจ้าของคำถามได้ แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะเข้าใจเป็นว่าการเงียบของเขาคือการตอบรับเจ้าตัวจึงเบือนหน้าหนีแล้วไม่เอ่ยอะไรอีกตลอดทางกลับบ้าน

ซึ่งนั่นทำให้ทาจิบานะ มาโกโตะคนนี้รู้สึกผิดมาก ผิดจนต้องมานั่งหาข้อมูลของคำนี้เพื่อจะเอาไปตอบอีกคนว่า

 

 

 


นานาเสะ ฮารุกะ เป็นคนโลกส่วนตัวสูงงั้นหรือ?

 

 

 


และหลังจากที่ทำความเข้าใจแล้วเขาจึงแยกประเภทของคนที่คาดว่าจะเป็นโลกส่วนตัวสูงออกมาเป็นข้อ ๆ ได้ดังนี้

 

 

 

 

 


1. ไม่ค่อยพูด = คนโลกส่วนตัวสูงมักจะไม่ค่อยพูดกับคนรอบตัวเท่าไหร่นัก อาจจะเพราะรำคาญ ไม่สนใจ หรือกำลังใช้ความคิดอยู่ในโลกที่ตนเองสร้างขึ้น บางครั้งแม้มีคนเรียก คนประเภทนี้ก็ไม่แม้แต่จะให้ความสนใจเหมือนอีกฝ่ายเป็นอากาศธาตุ


เป็นความจริงที่ฮารุไม่ค่อยพูด แต่ไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายอยู่ในโลกส่วนตัวอย่างที่บทความว่าไว้หรอก แต่เป็นเพราะพูดไม่ทันเสียมากกว่า


"ฮารุจัง! วันนี้ฮารุจังจะพาพวกผมไปเที่ยวเหรอ?"

เด็กน้อยฝาแฝดชายหญิงประจำบ้านทาจิบานะวิ่งมาเกาะแขนทั้งซ้ายและขวาของหนุ่มหน้านิ่งเพื่อนสนิทพี่ชายไว้ พร้อมส่งเสียงเจื้อยแจ้วถาม และสายตาระยิบระยับที่ตั้งความหวังอยู่ไม่น้อย

"อือ ตั้งใจจะพาไป..."

"ผมอยากไปสวนสนุก! / หนูอยากไปสวนสัตว์!"

ไม่รอฟังให้คนเป็นพี่พูดจบเด็กทั้งสองก็เอ่ยแทรกขึ้นมาเสียก่อน ทำให้ประโยคท้ายสุดไม่ทันได้หลุดออกมา แถมพอรู้ว่าพี่และน้องของตนเลือกสถานที่คนละที่กันทั้งสองก็เริ่มขึ้นเสียงงอแงใส่กันว่าตนจะไปอีกที่นึง

"ว่าจะพาไป..."

"ฮารุจะพาผมไปสวนสนุก / หนูไปสวนสัตว์ใช่ไหม!?"

"..............."

แม้ว่าฮารุจะพูดอย่างไรก็ไม่เข้าหูเด็กทั้งสอง และต่างฝ่ายต่างทะเลาะกันจนต้องให้มาโกโตะเป็นฝ่ายตัดสินใจให้ สุดท้ายทั้งคู่ก็ตกลงกันได้ที่สวนน้ำประจำเมืองอิวาโทบิที่ฮารุตั้งใจจะพาไปตั้งแต่แรก

 


ตั้งแต่เด็กจนโต ฮารุไม่เคยพูดทันใคร แม้ไม่รวมเด็กแฝดทั้งสอง แม้กับเพื่อนฮารุก็แทบจะเถียงกับคนอื่นไม่ทัน เจ้าตัวเลยเลือกที่จะเงียบแล้วฟังคนอื่นพูดในสิ่งที่ตนคิดเสียงมากกว่า เมื่อมีโอกาสถึงจะพูดออกมาแบบยาวเหยียดให้คนอื่นต้องตะลึง เรียกได้ว่าโตมาเพื่อเป็นผู้ฟังที่ดี แบบไม่เต็มใจ...

 

 

 


2. ไม่สนใจสิ่งรอบข้างนอกจากตัวเอง = คนโลกส่วนตัวสูงมักจะมองแค่เรื่องใกล้ตัวของตนเองเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิต สิ่งรอบตัว หรือธรรมชาติโดยรอบ หากไม่ใช่เรื่องของตนเองแล้ว เขาจะไม่สนใจเด็ดขาด บางคนเป็นหนักขนาดเรียกได้ว่าเห็นแก่ตัวเลยทีเดียว


เป็นความจริงที่ฮารุนิ่งจนเหมือนไม่สนใจสิ่งรอบข้างนอกจากเรื่องว่ายน้ำกับปลาซาบะสักเท่าไหร่ แต่มันก็ไม่ใช่ทุกครั้งหรอกนะ...


วันนี้อากาศหนาวกว่าทุกวัน อาจจะเพราะกำลังเข้าสู่ช่วงฤดูหนาวประจำปี ยิ่งแถวบ้านมีทะเล ลมที่พัดเข้ามาก็หอบเอาละอองน้ำมาปะทะกายยิ่งทำให้หนาวมากเป็นพิเศษ

มาโกโตะกระชับเสื้อแขนยาวที่วันนี้ใส่ทับมาเพื่อกันลมหนาวกระทบผิวเนื้อโดยตรง ดวงตาสีเขียวมองทิวทัศน์รอบทางกลับบ้าน ต้นไม้เริ่มไร้ใบ เศษใบไม้สีน้ำตาลหล่นอยู่รอบโคนต้นก่อนจะปลิวไปตามทางเมื่อลมพัดผ่าน น้ำทะเลสีฟ้าครามระยับระยับขยับไปตามทิศทางลมสะท้อนแสงเจิดจ้าจนบางคราวถึงกับต้องหรี่ตามอง บรรยากาศสบาย ๆ เช่นนี้ช่างวิเศษนัก

 

“วันนี้ลมเย็นมากเลยเนอะฮารุ”

 

“...............”

 

“ฉันว่าเราน่าจะทำหม้อไฟกินกันได้แล้ว ไม่ใช่ไปกินตอนหน้าร้อนเหมือนที่กินบ้านโค้ช ฮารุว่าไง?”

 

“แล้วแต่นายเถอะ”

 

คนตัวโตยิ้มกับท่าทีของอีกฝ่าย ฮารุกำลังมองไปทางทะเล ทางเดียวกับที่เขามองอยู่เมื่อสักครู่ แต่ดูท่าทางอีกฝ่ายจะมองนานกว่าเขาเยอะ คงจะมองจนสุดทางที่จะขึ้นบันไดไปสู่บ้านของเขาทั้งคู่นั่นแหละ

 

 

 

บันไดขึ้นเนินที่เป็นที่ตั้งของบ้านหลายหลังวันนี้เต็มไปด้วยใบไม้สีเหลืองทองอมน้ำตาลที่ปลิดปลิวตามแรงลม วันนี้คุณยายที่มักจะออกมาทักทายเขาเสมอทั้งยามเช้าและเย็นไม่อยู่ คงเพราะอากาศที่หนาวขึ้นทำให้คุณยายอยู่ผิงฮีทเตอร์ในบ้านนั้นแหละ ซึ่งก็ดีแล้วเพราะมาโกโตะก็คิดว่าคนสูงอายุไม่ควรจะออกมาปะทะกับลมเย็นเช่นนี้นาน ๆ

 

“มี๊... มี๊...”

 

เสียงเล็ก ๆ ดังคลอสายลมมาให้ได้ยินเมื่อทั้งสองก้าวขึ้นสู่เนินอีกระดับหนึ่ง แมวตัวน้อยสีขาวปลอดค่อย ๆ โผล่หน้าออกมาจากพุ่มไม้ข้างทาง ดวงตาคู่สวยของมันมองเด็กหนุ่มทั้งสองที่ยืนอยู่ตรงหน้า สบตากับทั้งคู่ก่อนร้องครางออกมาเสียงยาวอีกหนึ่งรอบ มาโกโตะตั้งท่าจะเดินเข้าไปลูกหัวมันดั่งเช่นปกติ แต่ร่างของคนที่อยู่ข้างกายเขากลับไวกว่า เจ้าตัวถอดผ้าพันคอที่ตนพันอยู่ห่อหุ้มร่างขาว ๆ แสนบอบบางมาไว้ในอ้อมกอดแล้วหันมามองหน้าเขา

 

“มันสั่น... คงจะหนาว ฉันจะพามันกลับด้วย”

 

ว่าแล้วก็เดินนำหน้าเขาขึ้นไปสู่บ้านทางเลี้ยวบ้านของตัวเองอย่างรวดเร็ว มาโกโตะมองตามแผ่นหลังฮารุด้วยความงุนงงเพราะยังจับความเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ไม่ได้ ก่อนจะสลัดความคิดทั้งหมดแล้ววิ่งตามร่างบอบบางที่ไร้ซึ่งสิ่งห่อหุ้มตัวเพราะยกผ้าพันคอให้เจ้าแมวตัวน้อยแล้วอย่างรวดเร็ว

 

“โธ่ฮารุ เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก”

 

 

บางครั้งฮารุก็สนใจสัตว์มากกว่าตัวเองหรือเขาเสียอีก มาโกโตะอยากจะร้องไห้ออกมาเป็นชื่อนานาเสะ ฮารุกะ

 

 

 

 

 

 

3. ไม่ชอบการสังสรรค์แต่ชอบการอยู่สันโดษ = คนโลกส่วนตัวสูงมักจะขังตัวอยู่กับตัวเอง สถานที่ประจำมักจะเป็นที่บ้านหรือที่ที่เงียบสงบตามแบบที่ตัวเองชอบ บางคนที่มีโลกส่วนตัวสูงมากอาจพัฒนาไปถึงขั้นเป็นฮิคิโคโมริก็ได้

 


เป็นความจริงที่ฮารุชอบจะอยู่กับตัวเองในสถานที่เงียบสงบ เพราะฮารุชอบแช่น้ำ และที่ที่มีน้ำก็ไม่ใช่ที่ไหนไกล ก็อ่างอาบน้ำในบ้านตัวเองนั่นแหละ แต่ก็ไม่ได้แช่ทั้งวันทั้งคืนจนเป็นฮิคิโคโมริหรอกนะ...

 

 

“ฮารุ... แช่น้ำนานเกินไปแล้วนะ ลุกออกมาเถอะ”

 

วันนี้ก็เป็นเช้าอีกวันที่มาโกโตะเปิดประตูเข้ามาตามฮารุถึงในห้องน้ำ ความจริงวันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ที่รอคอยมานาน แต่มาโกโตะก็คาดเดาได้ว่าถ้าไม่มาตามฮารุคงจะแช่น้ำนานจนตัวเหี่ยวไปเลยก็ได้ ฝ่ามือใหญ่ยื่นไปให้คนที่อยู่ในอ่างน้ำ อีกฝ่ายก็ยอมจับแล้วดึงตัวเองออกจากอ่างน้ำโดยดี ร่างบอบบางมีกล้ามเนื้อประดับสมส่วนในชุดกางเกงว่ายน้ำตัวเดียวเป็นภาพที่ชินตานัก แต่นี้มันสายมากแล้ว การจะมายืนโชว์หุ่นมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก

 

“ฮารุวันนี้ใส่ชุดนี้... เดี๋ยวสิ! ใส่ผ้ากันเปื้อนทำไมน่ะ” มาโกโตะถือเสื้อผ้าที่คนตัวเล็กวางเตรียมไว้หมายจะส่งให้ แต่ฮารุกลับใส่ผ้ากันเปื้อนเสียเรียบร้อยแล้วกำลังค้นตู้เย็นในห้องครัวอยู่

 

“ทำอาหารเช้า มาโกโตะเสียดัง...”

 

“ขอโทษ... ไม่สิ ใส่เสื้อผ้าแล้วค่อยทำก็ได้นี่ฮารุ”

 

“น้ำมันมันกระเด็นเปื้อนเสื้อผ้า ไม่ชอบ” จบการโต้ตอบเมื่อเสียงชู่ช่าจากกระทะเป็นสัญญาณว่ามาโกโตะไม่สามารถโต้เถียงอะไรได้อีกต่อไปแล้ว ร่างสูงจึงตัดสินใจวางเสื้อผ้าไว้ที่เดิมแล้วปลีกตัวมานั่งเล่นที่ชานบ้านซึ่งเปิดประตูรับลมให้อากาศถ่ายเทไว้

 

มาโกโตะเหม่อมองไปในสวนของบ้านนานาเสะ บ้านที่ตอนนี้มีฮารุดูแลอยู่เพียงคนเดียวเพราะคุณลุงคุณป้าหรือก็คือพ่อแม่ของฮารุไปทำงานที่อื่น ส่วนคุณย่าที่สนิทกับฮารุมากก็เสียไปได้สักพักแล้ว แต่ไม่น่าเชื่อว่าการมีผู้ชายอยู่ที่บ้านคนเดียวแล้วบ้านยังจะสะอาดได้ถึงขนาดนี้ ต้องขอบคุณแม่กับย่าของฮารุนั่นแหละที่สอนให้เจ้าตัวรักความสะอาดมาตั้งแต่เด็ก แต่ไม่นับรวมถึงเรื่องอาบน้ำนานหรอกนะ นั่นเป็นความชอบของอีกคนล้วน ๆ ไม่เกี่ยวกับการสั่งสอนของผู้ใหญ่เลยแม้แต่น้อย คงเพราะชาติที่แล้วฮารุเป็นปลาโลมาเหมือนที่นางิสะพูดเอาไว้ล่ะมั้ง

 

นั่งมองนู่นนี่อยู่ได้สักพักแรงปะทะจากด้านหลังก็เรียกความสนใจจากเขาแทน ฮารุนั่งพิงหลังเขาพร้อมกินแซนด์วิชปลาซาบะฝีมือตันเองที่เจ้าตัวชื่นชอบนักหนาไปด้วย มืออีกข้างก็เปิดหนังสืออ่านไปด้วย ช่วงเวลาแบบนี้อย่าได้ไปชวนคุยเชียว คนตัวเล็กจะอารมณ์เสียแล้วพาลหาว่าเขาเสียงดังเอาเปล่า ๆ มาโกโตะเพียงแค่ลอบยิ้มกับไออุ่นที่ส่งผ่านมาจากหลังของฮารุ รอเวลาที่อีกฝ่ายจะเอ่ยพูดก่อนแล้วเขาจะเป็นผู้ตามที่ดี คอยคุยไปกับฮารุเรื่อย ๆ ดั่งเช่นทุกครั้งที่เป็น

 

“มาโกะโตะ...” เวลาไม่นานเมื่อแซนด์วิชหมดลงและหนังสือถูกอ่านจนจบตอนเสียงทุ้มหวานก็เอ่ยเบา ๆ ให้ได้ยินกันเพียงสองคน ยามนี้แหละเวลาที่มาโกโตะจะได้ทำตัวเป็นผู้ตามที่ดีบ้าง

 

“หืม? ว่าไงฮารุ”

 

“ฉัน... โลกส่วนตัวสูงจริงเหรอ?” คำถามเดิมที่เขาเคยได้รับถูกถามซ้ำอีกครั้ง  ดูท่าทางฮารุคงจะกังวล... ไม่ก็สงสัยไม่น้อยว่าตนเป็นดั่งคำที่คนอื่นพูดหรือไม่

 

มาโกโตะยิ้ม ขยับตัวเล็กน้อยเป็นสัญญาณให้อีกฝ่ายตั้งตัวก่อนเขาจะหันกลับไปนั่งประจันหน้ากัน ฮารุมองหน้าเปื้อนยิ้มจาง ๆ กับสายตาอ่อนโยนตามแบบฉบับของเจ้าตัวแล้วหลุบตาลงมองพื้นไม้ ไล่ตามเส้นขอบไม่คิดจะมองสบตาตอบแต่อย่างใด

 

“ฉันไม่รู้หรอกนะว่าฮารุเป็นคนโลกส่วนตัวสูงเหมือนที่คนอื่นว่าไหม...”

 

คำตอบของมาโกโตะทำให้สายตาที่หลุบต่ำไปแล้วลดต่ำลงอีก

 

“แต่ฉันคิดว่าถ้าโลกส่วนตัวของฮารุมีฉันอยู่ แค่นั้นฉันก็พอใจแล้ว”

 

เพราะถ้าฮารุเป็นฮิคิโคโมริเขาจะเป็นคนฉุดรั้งฮารุออกมาจากที่แห่งนั้นเอง ถ้าฮารุต้องการอยู่เงียบ ๆ เขาจะนั่งอยู่เคียงข้างเป็นกำแพง เป็นที่พิง เป็นเบาะรองนั่งให้ฮารุ ถ้าฮารุไม่อยากออกข้างนอก เขาก็จะคลุกอยู่แต่กับฮารุทั้งวัน จนระทั่งที่บ้านตาม หรือรันกับเร็นมาเรียกเขาเท่านั้นแหละเขาถึงจะยอมออกไป และถ้าฮารุกำลังอยู่ในโลกส่วนตัวที่ตนสร้างขึ้น เขาก็จะอยู่ในโลกนั้น อยู่โอบอุ้มฮารุไว้  ไม่ทิ้งฮารุไปไหน และจะปกป้องคนตัวเล็กที่แสนรักคนนี้ไว้ ให้สมกับเป็นที่ได้อภิสิทธิ์อยู่ใน ‘โลกส่วนตัว’ ที่ฮารุสร้างขึ้นนั่นแหละ

 

ก็แก้มแดง ๆ ที่เรื่อสีขึ้นทีละนิด พร้อมคำด่าน่ารักอย่าง “มาโกโตะคนบ้า” มันดึงดูดใจเขาไว้หมดแล้วนี่หน่า

 

 

 

 

คนอื่นอาจจะมองว่านานาเสะ ฮารุกะเป็นคนโลกส่วนตัวสูง แต่สำหรับทาจิบานะ มาโกโตะคนนี้ ฮารุก็แค่คุณแฟนพูดน้อย แสดงออกไม่เก่ง ชอบความสันโดษ (แบบที่มีเขาอยู่ด้วยแบบเงียบ ๆ )และขี้อายมากก็เท่านั้นเอง♡


 

おわり

 ■  ■  ■  ■  ■  ■  ■  ■  ■  ■

 

อิยะฮะฮะ มาลงสองเรื่องติดเพราะคิดพล็อตได้ก็แต่งเลยลงเลยค่ะ มันไวมากแบบโนพล็อตแต่ปิ๊งเลยแต่ง นี่ฉันเป็นอะไร...

อาจจะมึนไปหน่อยแต่ก็แค่ "โลกส่วนตัวสูง" เท่านั้นเองค่ะ 

ขอบคุณที่อ่านถึงบรรทัดนี้ค่ะ ♥

Comment

Comment:

Tweet

@project0 คู่นี้เขาเข้าใจกันและกันแบบไม่ต้องการตัวช่วยอื่นใดค่ะ แงงงง ชอบมากๆเลย
@papyrustree ขอบคุณมากๆค่า ดีใจที่นู่ซังชอบ ลดอาการเฮิร์ทของเหล่าแม่ยกกันค่ะ 555555555

#3 By It's me Annew ♥ on 2014-09-05 13:19

กรี๊ดดดดดดดด น่ารักมากเลยค่ะ อ่านแล้วโยนดราม่าทิ้งเลย ฮารุไม่ใช่โลกส่วนตัวสูง แต่เป็นโลกสองเรา(มาโกะกับฮารุ)สูง ฮิ้วววววว
โฮรววววววว ชอบโมเม้นชีวิตประจำวันของสองคนนี้มากเลยค่ะ แงงงงงง T///T 
ไม่ต้องสนว่าใครจะบอกว่าฮารุเป็นยังไง เพราะที่เป็นอยู่แบบนี้ก็มีความสุขดีนี่เนอะ =///=
จะมีใครเข้าใจฮารุได้เท่ามาโกโตะอีก ไม่มีแล้ว แงงงงง
น่ารักมากๆเลยค่าาา อิ่มเอมมั่กๆ cry

#1 By projectZORO on 2014-08-31 00:49