หัวหน้าแก๊งค์
 
ตอน เริ่มต้นความสัมพันธ์



 คำเตือน : นิยายเรื่องนี้มีเนื้อหาในแนวชายรักชาย หากไม่ประสงค์เสพกดปิดได้ที่มุมขวาบนค่ะ
 


 

เคยมีคำกล่าวว่าหากเริ่มต้นความสัมพันธ์ดี ช่วงกลางของความสัมพันธ์ก็จะดี และปลายทางของความสัมพันธ์ก็จะดีตาม

แล้วถ้าหากว่าเริ่มต้นความสัมพันธ์ไม่ดีแต่อยากจะให้ตอนจบดีต้องแบบนี้ต้องทำยังไงล่ะ?

 

 

 

 

“นี่พี่จะตามผมไปถึงไหนกัน?"


เด็กหนุ่มร่างเล็กเอ่ยขึ้นโดยไม่ผ่อนปรนฝีเท้าหรือแม้แต่จะหยุดแล้วหันไปคุยซึ้ง ๆ หน้า แต่ถึงกระนั้นเขาก็รับรู้ว่าชายหนุ่มผู้กำลังเข็นบิ๊กไบค์คันใหญ่เดินตามหลังเขามาจะต้องได้ยินชัดทุกถ้อยคำเป็นแน่


"จนกว่าพายจะยอมให้ไปส่งถึงบ้าน"


“ผมกลับเองได้ ให้พี่พัพออกมารับก็ยังได้" เสียงทุ้มปนหวานของคนที่เพิ่งแตกหนุ่มมาไม่นานตอบปฏิเสธแบบไม่รักษาน้ำใจ แต่คำพูดแค่นั้นไม่ทำให้คนฟังยอมแพ้แล้ววนรถกลับ หากชายหนุ่มยังคงเดินเข็นรถบิ๊กไบค์ตามโดยไม่เอ่ยตอบโต้อะไร


พายแอบหันหน้ามองคนที่อยู่เยื้องไปด้านหลังเมื่อไม่ได้ยินเสียงโต้ตอบกลับมา เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายยังคงดึงดันที่จะเดินตามมา พายก็จะไม่ขัดศรัทธา อยากเดินตามก็เดินไป เดี๋ยวพอใกล้ถึงบ้านเขาก็คงกลับไปเองเหมือนเคย เหมือนอย่างที่เป็นมาตลอดเกือบจะสัปดาห์ เด็กหนุ่มคิดพลางถอนหายใจ ก้มหน้าก้มตาเดินเข้าซอยบ้านต่อโดยมีบอดี้การ์ดหน้านิ่งเข็นบิ๊กไบค์ตามมาด้วย


ความสัมพันธ์แปลกประหลาดนี้เริ่มมาจากเรื่องที่ไม่ค่อยจะดีสักเท่าไหร่






เช้านี้อากาศไม่สดใสเท่าที่มันควรจะเป็น เมฆดำครึ้มตั้งเคล้ามาแต่ไกล หากเป็นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์อย่าหวังเลยว่าเขาจะก้าวเท้าออกจากบ้านมาเสี่ยงเดินถนนให้สภาพอากาศกลั่นแกล้งเล่น แต่วันนี้ดันเป็นวันธรรมดากลางสัปดาห์ที่เหล่าเด็กนักเรียนจะต้องทำหน้าที่ของตน และเด็กนักเรียนมัธยมปลายอย่างพายก็เป็นหนึ่งในนั้น


ความจริงพี่พัพ พี่ชายคนเดียวของพายจะต้องเป็นคนขับรถมอเตอร์ไซค์ไปส่งเหมือนปกติ แต่เห็นวันนี้บอกว่าจะต้องรีบไปเพราะเพื่อนในกลุ่มโทรตามก่อนหรือไงเนี่ยแหละ ลำบากให้น้องต้องเดินทางด้วยรถโดยสารประจำทางมาเอง


แต่ยังไม่ทันจะถึงโรงเรียนเอกชนที่ตนเรียนอยู่ เสียงโหวกเหวกโวยวายที่ดังมาทางตรอกไม่ไกลจากป้ายรถเมล์นักก็ดึงดูดความสนใจจากคนตัวเล็กให้มุ่งหน้าไปทางนั้นแทน ไม่ใช่ว่าอยากยุ่งเรื่องของชาวบ้านหรอกนะ แค่คิดว่าถ้าเป็นเรื่องด่วนอย่างมีคนบาดเจ็บตนอาจจะช่วยอะไรได้บ้าง แต่ดูท่าจะคิดผิด เพราะเมื่อยิ่งเดินเข้าไปใกล้ก็รู้ว่าต้นเสียงไม่ใช่มาจากการขอความช่วยเหลือแต่เป็นเสียงคนทะเลาะกันเสียงอย่างนั้น


เด็กชายมองภายในตรอกด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย เห็นคนตีกันบ่อยครั้งนักแต่ทุกทีก็เพราะเรื่องไร้สาระ ครั้งนี้ก็คงเช่นกัน ขาเรียวที่โผล่พ้นกางเกงน้ำเงินขาสั้นตั้งท่าจะหันกลับ แต่ต้องชะงักเมื่อเหมือนเหลือบไปเห็นว่าในวงล้อมของเด็กในชุดนักเรียนมีคนกำลังโดนรุม และพายก็ไม่ใช่คนใจร้ายที่จะเห็นคนโดนรุมแล้วจะเดินผ่านไปง่าย ๆ ตีกันธรรมดาพายไม่สนหรอก แต่มีคนรุมแบบนี้คงกะเอาให้ถึงตาย พายยอมอยู่เฉยไม่ได้จริง ๆ แต่ร่างกายกับเรียวแรงของคนเดียวคงสู้กับคนหลายคนไม่ได้แน่ หนทางการช่วยเหลือของพายจึงมีเพียงวิธีเดียวเท่านั้น

 

“ค... คุณครูครับ!! มีคนกำลังโดนรุมอยู่ในซอยครับ ซอยนี้เลยครับ! มาเร็วครับครู!!!”

 

เสียงตะโกนคงจะได้ผลเพราะกลุ่มคนที่รุมสกรัมสหบาทาอยู่หยุดการกระทำในทันทีก่อนหันรีหันขวาง ยิ่งเมื่อรู้แน่ว่าเสียงที่ตะโดนหมายถึงพวกตนก็รีบเผ่นแน่บไป เหลือไว้แต่ร่างของคนบอบช้ำที่นอนทรุดอยู่บนพื้น

 

รอจังหวะจนแน่ใจว่าคนพวกนั้นจะไม่ย้อนกลับมาอีกคนตัวเล็กก็วิ่งห้อเข้าไปใกล้ร่างที่นอนนิ่งอยู่ ค่อย ๆ ใช้มือช้อนหัวคนที่หลับตามานอนบนตักอย่างระมัดระวัง “คงยังไม่ตายหรอกนะ...”

 

“ยังไม่ตาย...” พึมพำตอบกลับพร้อมลืมตามอง ดวงตาคมกริบแฝงแววเย่อหยิ่งสบกับตากวางคู่โตที่ก้มมองมาแล้วนิ่งค้างอยู่แบบนั้น นอนมองนิ่งไม่มีทีท่าว่าจะขยับตัวจนเจ้าของตักเป็นฝ่ายทำอะไรไม่ถูกแทน

 

“อะ... เอ่อ คุณลุกก่อนได้มั้ย ผมจะได้เรียกรถพยาบาล”

 

คนเจ็บค่อย ๆ ยันกายลุกนั่งพิงกำแพงแล้วส่งเครื่องมือสื่อสารเครื่องสวยให้ “โทรไปหาคนชื่อรูทให้ก็พอ”

 

ขยับได้แล้วทำไมไม่โทรเอง... อยากจะถามแต่ก็ไม่ ยอมทำตามคำขอของคนเจ็บ เหมือนคนที่โทรไปจะเป็นเพื่อนมากกว่าคนในครอบครัวและคงกำลังตามหาเพื่อนคนคนนี้อยู่ด้วย เพราะทันทีที่รับสายก็ถามหาสถานที่เป็นอย่างแรก

 

“ไอ้กิว! มึงอยู่ไหนเนี่ย จะไม่เข้าเรียนหรือไง”

 

“ขอโทษครับ คือเพื่อนคุณให้ผมโทรมา” พายตอบขณะมองคนที่นั่งพิงกำแพงจ้องกลับมาอยู่ ตาคนชื่อกิวนี่ไม่คิดจะมองที่อื่นนอกจากหน้าเขาเลยหรือไงกัน...

 

“เอ๊ะ? อ้าว แล้วกิวมันอยู่ไหนครับ เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า?”

 

“สักครู่นะครับ... คุณคุยเองสิ” ว่าพร้อมส่งมือถือรุ่นล่าสุดคืนแก่เจ้าของ หากคนเจ็บกลับไม่รับไปคุย เพียงส่ายหน้าแล้วจ้องเขานิ่ง ๆ เหมือนจะสื่อว่าให้เขาเป็นคนคุยให้จบไปเลย พายถลึงตามองกลับเป็นการประท้วงบุยใบ้ให้อีกฝ่ายคุยเองแต่ก็ไม่เป็นผล สุดท้ายพายก็ต้องยอมบอกรายละเอียดเรื่องที่เกิดขึ้นให้ปลายสายฟัง ทางคนที่ชื่อรูทพอได้ฟังก็เอ่ยปากขอบคุณเขาพร้อมบอกว่าจะรีบออกมาทันที

 

เมื่อจบบทสนทนาเจ้าของโทรศัพท์ถึงยอมรับของของตนคืนแต่โดยดี แต่คนที่ชื่อกิวก็ยังไม่ยอมถอนสายตาจากใบหน้าเของพายจนคนตัวเล็กเริ่มจะหงุดหงิดมองตอบกลับไปเหมือนกัน ตาสวยสำรวจบาดแผลบนใบหน้า มีทั้งรอยฟกช้ำ คิ้วแตก มุมปากยังเจ่อและมีรอยเลือดซึม ท่าทางจะโดนกระแทกเข้าเต็มรักแบบไม่ทันให้ได้หลบ แค่เห็นบาดแผลแตกพายยังเจ็บแทนแล้วตอนโดนกับตอนระบมมันจะเจ็บขนาดไหนกันนะ มองแผลแล้วก็ฉุดคิดขึ้นมาได้ มือนิ่มล้วงเข้ากระเป๋าเป้ที่ใช้แบกหนังสือมาโรงเรียนควานหาอยู่ครู่นึงก่อนจะหยิบเอาพลาสเตอร์ลายเสือมุ้งมิ้งขึ้นมาโชว์พลางยิ้มร่า เขยิบตัวเข้าไปใกล้คนเจ็บที่จนบัดนี้ก็ยังไม่เลิดมองสำรวจเขา

 

“จะทำอะไร...?” เหมือนกิวจะสัมผัสได้ถึงลางสังหรณ์บางอย่างจึงขมวดคิ้วแล้วชิงถาม

 

“พยาบาลเบื้องต้นไงคุณ ไม่รู้จักเหรอ”

 

แต่นี่มันยังไม่ได้ล้างแผล... สีหน้าคนเจ็บเหมือนจะพูดแบบนั้นแต่คนที่ตั้งใจจะทำแผลให้คงไม่สามารถรับรู้ได้ ก็เล่นบรรจงติดพลาสเตอร์ลายน่ารักไม่เข้ากับหน้าตรงรอยช้ำใต้มุมปากซ้ายให้แบบไม่รอฟังคำประท้วงเสียนาดนี้ พอได้ทำตามใจก็ฉีกยิ้มกว้างเหมือนเด็กได้ของเล่น

 

หน้าเถื่อน ๆ โฉด ๆ เหมาะกับลายเสือมากกว่าม้าลายอย่างที่คิดเลย!

 

 

 

พายเพิ่งได้สำรวจคนเจ็บแบบจริง ๆ จัง ๆ เป็นครั้งแรกก็ตอนที่นั่งหันหน้าแล้วมองหน้ากัน คนชื่อกิวหน้าตาดีมากถ้าไม่มีรอยแผลเหมือนตอนนี้ ดวงตาคมดุดันแฝงแววเย่อหยิ่งไม่น้อยบอกให้รู้ว่าเอาแต่ใจพอควร จมูกโด่ง ปากไม่หนามากนัก ส่วนสูงจากที่ดูช่วงขาน่าจะประมาณเดียวกับพี่พัพ ผิวเข้มที่พ้นเครื่องแบบดูเข้มกว่าพายแต่ไม่จัดว่าดำเกินไป เรียกได้ว่าดูดีถ้าไม่นับท่าทางที่ดูเกเร จะให้เทียบก็คงประมาณไอดอลเกาหลีที่สาว ๆ ในห้องพายชอบพูดถึงล่ะมั้ง? จะว่าไปเครื่องแบบคุ้นตาเหมือนว่าจะเคยเห็นทีไหนสักที่...

 

“.....ไม่เข้าเรียนหรือไง?”

 

นั่งมองอยู่นานจนมารู้สึกตัวก็ตอนที่กิวเอ่ยทัก พายก้มมองนาฬิกาถึงได้รู้ว่านี่มันเลยเวลาเข้าเรียนคาบแรกมานานโข เข้าไปก็คงจะไม่ทันคาบแรก คิดได้ดังนั้นจึงส่ายหน้าไปมา “ไม่เป็นไร อยู่กับคุณจนกว่าเพื่อนจะมาก็ได้”

 

พอตอบไปแบบนั้นอีกฝ่ายก็ทำหน้าเหมือนเจอเรื่องขัดใจอะไรบางอย่างแล้วกล่าวว่า “ชื่อกิว”

 

“หือ?”

 

“ชื่อกิว เรียกกิวไม่ต้องเรียกคุณ”

 

อ๋อ... พายพยักหน้าหงึกหงักตอบรับอีกคน แต่เหมือนกิวจะยังไม่พอใจถึงได้ขมวดคิ้วมุ่นใส่แล้วจ้องพายอยู่แบบนั้นจนพายเป็นฝ่ายอึดอัด ตั้งใจจะถามความต้องการแต่กิวเป็นฝ่ายชิงพูดก่อน

 

“คนเขาบอกชื่อแล้วก็บอกชื่อตัวเองตอบสิ”

 

แน่ะ... มีการมาสั่งเขาอีก คนคนนี้น่าจะเอาแต่ใจมากกว่าพายที่เป็นน้องคนเล็กของบ้านเสียแล้ว พายเบิกตาโตมองหน้าคมเข้มอย่างไม่พอใจแล้วกระแทกเสียงตอบกลับไป

 

“ชื่อพาย น้องพี่พัพ ขึ้นม.4 โรงเรียนเอกชนแถวนี้ พอใจหรือยัง?”

 

กิวนิ่งไปสักพักก่อนพยักหน้าตอบ ทั้งคู่เงียบใส่กันไปอีกพักใหญ่ คราวนี้เป็นพายที่เปิดปากพูดกับอีกคนก่อน “ทำไมถึงโดนสหบาทาล่ะ? ไปกวนตีนอะไรพวกนั้นเหรอ?”

 

“โก่งราคามากไปเลยโดนกระทืบ”

 

“โก่งราคา?”

 

คนเจ็บหน้าดุนั่งนิ่งเหมือนชั่งใจว่าควรจะตอบคำถามดีหรือเปล่าจนพายยักไหล่ไม่คิดจะรอฟังคำตอบอะไรอีก แต่เมื่อเห็นซองสีขาวขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไปที่บรรจุผงสีขาวในมืออีกใหญ่พายก็เข้าใจในคำตอบของคำถามที่เขาได้ถามไป คนชื่อกิวคนนี้เพิ่งจะทำหน้าที่ส่งยาไอซ์ในซอยไม่ใกล้ไม่ไกลจากโรงเรียนเขาเท่าไหร่นัก...

 

“...ฉันไม่ได้เสพ เลิกนานแล้ว แต่จะแจ้งตำรวจก็ได้”

 

เขาไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดคนชื่อกิวถึงได้มาขายยา อาจจะเพราะเหตุผลทางบ้าน ความสนุกที่ได้เสี่ยง หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่พอได้ยินคำพูดที่เหมือนไม่แคร์ว่าตัวเองจะโดนจับหรือไม่ทำให้พายรู้สึกปวดหนึบตรงอกข้างซ้าย ซึ่งเจ้าตัวเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเขาถึงได้รู้สึกแบบนั้น

 

แต่ยังไม่ทันจะได้พูดอะไรต่อเสียงรถมอเตอร์ไซค์สองคันก็แล่นมาจอดจนหน้าซอยที่พวกเขานั่งคุยกันอยู่ พอหันไปมองตามต้นเสียงก็เห็นเด็กหนุ่มในชุดเครื่องแบบเหมือนกับกิวรีบร้อนเดินเข้ามา น่าจะเป็นคนชื่อรูทที่พายคุยด้วยทางโทรศัพท์ เยื้องไปด้านหลังเป็นผู้ชายอีกคนที่พายคุ้นหน้าคุ้นตาเหลือเกิน พอสังเกตดี ๆ ตาที่หรี่มองก็เริ่มเบิกกว้าง และยิ่งกว้างมากขึ้นอีกเมิ่อเห็นว่าผู้ที่เดินมาไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นคนที่ตนคุ้นหน้าคุ้นตามาตลอดชีวิต

 

“พี่พัพ!?”

 

“ตัวเล็ก?”

 

คนที่เดินรั้งท้ายมาคือพี่ขายแท้ ๆ พายมองไปทางพัพ กิว และคนตัวเล็กอีกคนที่น่าจะชื่อรูทด้วยความงุนงง อะไรมันจะบังเอิญขนาดนี้ เขาก็ว่าแล้วว่าทำไมชุดที่กิวใส่ถึงได้ดูคุ้นนัก

 

“น้องชายมึงเหรอพัพ?”

 

ผู้มาใหม่อีกคนเดินมาเกาะไหล่พัพแล้วเอ่ยถาม ฝ่ายพี่ชายแค่เอ่ยตอบ อือ’ แล้วปลีกตัวไปช่วยพยุงร่างของเพื่อนที่ทรุดนั่งพิงกำแพงอยู่ไม่ไกลนัก

 

“โลกกลมชะมัดเลย พี่ชื่อรูทนะครับที่คุยกันเมื่อกี้ ขอบคุณมากที่ดูแลไอกิวให้ แล้วก็ขอบคุณสำหรับพลาสเตอร์น่ารักที่ไม่เหมาะกับหุ่นควาย ๆ อย่างมันด้วย ฮะฮะ”

 

คนชื่อรูทตัวเล็กกว่าพี่ชายเขาและกิวพอสมควร แต่ความสดใสร่าเริงนำโด่งมามาก ตาเรียวรีสไตล์หนุ่มตี๋ที่ยิ้มทีก็ตี่จนพายต้องยิ้มตามแล้วเอ่ยแนะนำตัวกลับ ก่อนฝ่าเท้าเน้น ๆ จะทำให้ร่างบาง ๆ นั่นต้องปลิวตามแรงถีบของคนเจ็บ

 

“รีบไปสตาร์ทรถเลย”

 

“มึงบอกขอบคุณคนที่มารับมึงแบบนี้เหรอวะกิว!? ไม่น่ารีบมาเลยแม่ง ถ้าไม่เกรงใจว่าน้องพายต้องรอนานกูไม่มารับหรอกนะ”

 

รูทหันมาว้ากใส่คนที่บังอาจถีบเขาเสียจนกางเกงนักเรียนเป็นรอยเปื้อน แต่ก็ยอมที่จะเดินไปสตาร์ทรถมอเตอร์ไซค์คันที่ตนขับมาแต่โดยดีโดยไม่ลืมหันกลับมาบ๊ายบายพายด้วย ฝั่งพัพก็หันมาคุยกับน้องชายทั้งที่ยังแบกร่างสะบักสะบอมของกิวอยู่ “จะกลับหรือจะไปเรียน?”

 

“คงกลับเลย พี่พัพล่ะ?”

 

“พี่ไปส่งไอ้นี่ก่อน เดี๋ยวคุยกันที่บ้านแล้วกัน” สมกับเป็นพี่ชายที่อยู่ด้วยกันมาตลอดถึงได้รู้ว่าน้องชายกำลังสับสน พายพยักหน้าหงึกหงักให้ ว่าง่ายตามคำบอกของพี่ชายจึงได้โดนฝ่ามือใหญ่ยีหัวเป็นคำชม

 

“ขอบคุณ... แล้วเจอกัน”

 

“พี่ก็หายไวไว...”

 

กิวพยักหน้ารับแล้วปล่อยให้พัพแบกเขาไปตามทางในซอย ไม่วายจะหันกลับมามองพายอีกรอบเหมือนที่มองก่อนหน้านี้.. มองจ้องเหมือนจะค้นหาอะไรสักอย่างที่อยู่ในตัวพาย ช่างเป็นสายตาที่แปลกจนไม่กล้าสบตาแต่ก็ยอมยืนส่งจนทุกคนขึ้นรถมอเตอร์ไซค์ไปอย่างทุลักทุเล

 

 

 

 

หลังจากวันนั้นก็ล่วงเลยมาจนเกือบสัปดาห์ที่คนชื่อกิวเข้ามาวนเวียนในชีวิตพาย ไม่รู้เพราะอยากจะตอบแทนที่ช่วยเอาไว้หรืออย่างไรเจ้าตัวจึงคอยเทียวรับเทียวส่งทั้งเช้าเย็น บางครั้งก็มีชวนไปกินข้าว แต่พายยังไม่ใคร่อยากจะตามเพื่อนพี่ชายคนนี้ไปสักเท่าไหร่ ไม่ใช่ว่ากลัวงานที่อีกฝ่ายทำหรืออย่างไร แต่เพราะยังทำใจให้ชินกับสายตาที่เหมือนมองทะลุเข้ามาถึงจิตใต้สำนึกของเขาไม่ได้ต่างหาก แล้วไอ้การไปรับไปส่งผู้ชายด้วยกันมันก็ดูแปลก ๆ ไม่ใช่หรือไง สุดท้ายเลยกลายเป็นว่าอีกฝ่ายขับรถมอเตอร์ไซค์ตามรถเมล์ที่เขานั่งแล้วเข็นรถตามมาส่งถึงหน้าปากซอยบ้านที่พี่พัพจะออกมารับเสียงอย่างนั้น...

 

 

 

เป็นความสัมพันธ์ที่แปลกประหลาด

 

 

 

“ส่งผมแค่นี้ก็พอ ดึกแล้ว พี่กลับไปเถอะ”

 

“รอพัพมารับก่อน”

 

ดื้อตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ พายยักไหล่เป็นเชิงว่าตามใจ อยากจะทำอะไรก็ทำ เห็นน้องทำท่าทางแบบนั้นกิวก็พิงรถบิ๊กไบค์คันสวยที่คุ้น ๆ ว่าเจ้าตัวเรียกว่า “นินจา” แล้วจุดบุหรี่ขึ้นสูบ พายย่นจมูกน้อย ๆ เมื่อได้กลิ่นเหม็นที่ไม่ถูกกับจมูกของตนเอง ไม่รู้อีกคนสูบเข้าไปได้ยังไง ทำร้ายสุขภาพตัวเองชัด ๆ

 

“โทษที” เหมือนกิวจะสังเกตเห็นท่าทีของพายจึงดับบุหรี่ที่เพิ่งจุดลงกับพื้นแล้วดับมันด้วยเท้า

 

“เราเจอกันแค่ครั้งเดียว ผมช่วยพี่ไว้ก็จริงแต่แค่ขอบคุณผมก็โอเคแล้ว ไม่ต้องคิดว่าผมเป็นน้องพี่พัพเลยเกรงใจด้วย ผมเต็มใจ แต่พอมาเจอพี่ทำแบบนี้แล้วผมไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าพี่ต้องการอะไร” พายมุ่นคิ้วด้วยความไม่เข้าใจแล้วเอ่ยตามความคิดที่ตนรู้สึก เขาไม่เข้าใจคนชื่อกิวคนนี้เลยจริง ๆ

 

“.....อยากรู้จริง ๆ เหรอว่าพี่ต้องการอะไร”

 

พายพยักหน้าเมื่อสดับฟังคำถาม กิวทำหน้าชั่งใจเหมือนตอนที่ไม่รู้ว่าควรจะตอบคำถามเขาดีหรือไม่ ยิ่งเมื่อเห็นแสงไฟของรถสกูปปี้ที่พัพใช้รับส่งน้องเคลื่อนมาจากไกล ๆ ก็ดูเหมือนจะไม่ยอมตอบ พายจึงใช้สายตากดดัน หวังให้อีกฝ่ายรีบ ๆ ไขข้อข้องใจที่เขาสงสัยมาทั้งอาทิตย์เสียที และมันก็ได้ผลเมื่อกิวพยักหน้ารับ

 

“ที่ต้องการมันอาจจะยากก็พอรู้หรอก”

 

“อ่าฮะ”

 

“แต่ถ้าไม่ลองก็ไม่รู้ว่าจะได้หรือเปล่า”

 

“แล้ว? พี่อย่ามายืดเยื้อได้ป่ะ ให้ไวดิ๊”

 

ชิงพูดก่อนอย่างหงุดหงิดเพราะดูเหมือนอีกคนจะพยายามพูดให้มันเสียเวลาซะเหลือเกิน กิวยกมุมปาก เหลือบมองแสงไฟที่ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ มือใหญ่ที่จับแฮนด์บิ๊กไบค์เข็นมาตลอดทางลูบเส้นไหมสีละเอียดบนหัวกลมพลางก้มหน้ามากระซิบข้างหูพายที่ตอนนี้นิ่งไปแล้วเพราะการกระทำที่คาดไม่ถึง

 

 

"ต้องการได้พายมาเป็นแฟน ตอบแบบนี้เข้าใจแล้วนะครับ?”

 

 

 

To be continue

 

Comment

Comment:

Tweet