♥ [YUNJAE Fiction] BACKSEAT

posted on 21 Aug 2014 21:07 by annew-me in Tohoshiki directory Fiction, Asian
 
 
❥BACKSEAT
 
 
Title : Back seat
Fandom : Tohoshiki
Pairing : Jung Yunho x Kim Jaejoong
Rate : R
 

คำเตือน : นิยายเรื่องนี้มีเนื้อหาในแนวชายรักชาย หากไม่ประสงค์เสพกดปิดได้ที่มุมขวาบนค่ะ
 



กระจกรถที่เลื่อนลงเพียงนิดเผยให้ผิวกายสัมผัสกับลมเย็นที่พัดผ่านเข้ามาจากภายนอก ดวงตาเรียวหรี่มองร่างบอบบางของใครอีกคนที่กำลังก้าวออกมาจาก อพาร์ตเมนต์หรูหราราคาหลายสิบล้านพลางยกยิ้มเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายคงไม่รู้สึกถึงตัวตนของเขาแม้แต่น้อย เจ้าตัวยังคงก้มหน้าก้มตาเดินมองพื้นมุ่งหน้าเข้าสู่ลานจอดรถที่อยู่ฝั่งตรงข้าม... ฝั่งเดียวกับที่เขากำลังจอดรถมองอีกฝ่ายอยู่

ขาเรียวที่ถูกซ่อนอยู่ใต้สกินนี่สีเข้มก้าวฉับ ๆ ตรงมายังรถคันที่อยู่ไม่ไกลจากเขาสักเท่าไหร่นัก เห็นดังนั้นคนที่นั่งทำตัวเป็นสตอกเกอร์อยู่นานก็ปรับกระจกรถลงมากขึ้น ตามด้วยการใช้เสียงแหบทุ้มอันทรงเสน่ห์เอ่ยเรียกชื่อของอีกฝ่ายให้หันกลับมายังตำแหน่งของตน

“คิม แจจุง นั่นคุณจะเดินไปไหน?”

เจ้าของชื่อสะดุ้งโหยงด้วยตกใจที่มีคนจำตนเองได้ แต่เมื่อหันกลับมาเห็นว่าคนที่เรียกตนคือใคร แจจุงจึงหันทิศทางจากรถของตนตามที่ตั้งใจไว้แต่แรกมาเป็นรถสปอร์ตคันหรูสีดำสนิทของอีกฝ่ายแทน 

“คุณมาทำตัวเป็นสตอกเกอร์แบบนี้นานแค่ไหนแล้วเนี่ย?”

“ก็ตั้งแต่รู้จักกับคุณนั่นแหละ”

คำตอบกลับอันแสนยียวนนำพาให้เสียงหัวเราะจากคนที่เพิ่งขึ้นมานั่งบนเบาะหน้าเคียงข้างสารถีจำเป็นประจำคืนนี้ เสียงก้องกังวานอันแสนไพเราะดังทั่วตัวรถ ถือได้ว่าแจจุงเลือกได้ถูกต้องนักที่ยอมก้าวเท้าเข้ามาในวงการบันเทิงไม่ใช่ทำงานร้องเพลงตามผับเหมือนที่เจ้าตัวเคยทำแต่ก่อน ไม่งั้นเขาคงอดสงสารคนทั่วประเทศไม่ได้ที่จะไม่ได้ยินเสียงอันแสนทรงเสน่ห์ของคนคนนี้

“แล้วทำไมวันนี้คุณมาได้? ผู้กำกับยอมปล่อยตัวคุณชอง ยุนโฮ พระเอกชั้นแนวหน้าแล้วเหรอ?” 

ตุ๊กตาหน้ารถถามขึ้น จำได้ว่าตารางการถ่ายทำของอีกฝ่ายที่เคยส่งมาให้ดูมันยาวเป็นหางว่าวเสียจนตนยังตกใจ ไม่คิดว่าคนที่เป็นนักแสดงจะต้องทำงานมากที่ขนาดนั้น ขนาดเขาว่าเยอะแล้ว การถ่ายทำหนังเรื่องนึงยังเยอะกว่าที่เขาต้องไปอีก

“ถ้าให้โกหกก็ใช่ แต่ถ้าให้พูดเรื่องจริงคือผมหนีมาเอง”

“อ้าว ทำไมทำแบบนั้นล่ะ” ใบหน้าหวานเหวอกับคำตอบของอีกฝ่าย ยุนโฮหัวเราะโดยที่ไม่ผละสายตาจากถนนหนทางตรงหน้า ช่วงดึกแบบนี้แม้จะไม่มีรถแต่ก็ยังต้องระมัดระวังอยู่ดี

“ก็ผมอยากเห็นหน้าคุณ แบบที่ไม่ต้องผ่านอุปกรณ์สื่อสารใดใดทั้งสิ้นน่ะสิ”

ดูท่าคำตอบจะสร้างความพึงพอใจไม่ก็ความขวยเขินให้แจจุงได้มากอยู่ เพราะคนที่ส่งเสียงเจื้อยแจ้วจนถึงเมื่อครู่หุบปากเงียบไม่เอ่ยถามอะไรขึ้นมาอีก แต่ ริ้วแดงที่ปรากฏบนดวงหน้าขาวจนแทบจะสะท้อนกับแสงนีออนสองข้างทางมันทำให้ยุนโฮพอใจอยู่มากทีเดียว



รถคันหรูเคลื่อนตัวต่อไปตามเส้นทางที่มุ่งหน้าออกนอกตัวเมือง วันนี้เป็นวันธรรมดาถนนจึงไม่มีรถให้เห็นมากนัก จากแสงไฟวิบวับยามราตรีค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นนาน ๆ เห็นที ก่อนจะหายไป สองข้างทางเต็มไปด้วยทิวทัศน์ของแนวป่า แม้จะดูน่ากลัว แต่เส้นทางที่คุ้นเคยสำหรับทั้งคู่ไม่ได้ทำให้หวาดหวั่นมากนัก 

เสียงปลดเข็มขัดนิรภัยดังแหวกอากาศมาให้ได้ยิน ยุนโฮลอบมองคนที่ค่อย ๆ เขยิบกายเข้ามาชิดเท่าที่จะทำได้เขาแล้วซบใบหน้าด้านข้างกับท่อนแขนเขา

“ง่วงแล้วสิ ทำงานมาทั้งวัน”

แจจุงส่ายหน้าไปมาเป็นการปฏิเสธ “แค่อยากนั่งซบเฉย ๆ ขับรถถนัดหรือเปล่า?” 

มีหรือที่เจอคำอ้อนจากคนคนนี้เข้าไปแล้วจะสามารถพูดจาทำร้ายจิตใจได้ ยุนโฮหัวเราะในลำคอขยับกายให้ชิดกับที่นั่งทางฝั่งซ้ายมากขึ้นเพื่อให้คนที่บอกว่าอยากจะซบซบไหล่เสียให้เต็มที่ ส่วนเขาก็ขอรางวัลที่ตามใจเป็นการสูดดมผมสีอ่อนที่เคล้ากลิ่นแชมพูอันเป็นเอกลักษณ์ของเจ้าตัวแทน บรรยากาศในตัวรถนิ่งเงียบ หากแต่ความเงียบที่ว่าไม่ใช่ความเงียบที่ชวนให้อึดอัดใจ มันเป็นบรรยากาศละมุน สบาย ๆ แบบที่เขามักจะได้รับยามที่อยู่กับคนตัวเล็กข้างกายนี้

“ยุนโฮจะขับไปไหนเหรอ?”

“ไม่รู้สิ อาจจะขับไปแบบนี้จนเช้า แจจุงว่าไง?”

สรรพนามที่เปลี่ยนไปคือสัญญาณที่บอกให้รู้ว่าตอนนี้ถึงเวลาที่พวกเขาจะละทิ้งหน้ากากที่จำเป็นจะต้องสวมยามอยู่ต่อหน้าผู้คนหมู่มากแล้ว

ยามอยู่ท่ามกลางเมืองใหญ่พวกเขาคือ ชอง ยุนโฮ และ คิม แจจุง นักแสดงชั้นนำและนักร้องวงบอยแบรนด์ชื่อดังของประเทศเกาหลี แต่เมื่ออยู่ด้วยกันเพียงสองคนพวกเขาไม่ใช่ใครอื่น นอกจากการเป็นคนรักของกันและกัน คนรักที่คบกันมาเนิ่นนานหากแต่ไม่สามารถเอ่ยปากบอกใครด้วยทั้งฐานะและหน้าที่การงานที่ต่างฝ่ายต่างมีเป็นของตัวเอง

“ขับจนเช้าแบบนั้นยุนโฮเหนื่อยแย่ สู้หาที่จอดรถแล้วนอนดูดาวดีกว่าอีก”

ไม่ต้องขยายความมากยุนโฮก็รู้ว่าความหมายของประโยคที่แจจุงพูดคือให้หาที่จอดรถและลงไปนั่งดูดาวด้วยกันเดี๋ยวนี้ แล้วใครล่ะจะขัดใจได้ แค่เอื้อนเอ่ยออกมาประโยคเดียวชายหนุ่มก็แทบจะตบไฟเลี้ยวเข้าข้างทางเสียตอนนั้น ถ้าไม่ติดว่าตรงนี้มันไม่มีดาวให้คนตัวเล็กมองสักเท่าไหร่น่ะนะ



“ดาวที่นี่สวยกว่าที่มองจากอพาร์ตเมนต์จริง ๆ ด้วย...” 

เสียงใสพึมพำเบา ๆ พอให้ได้ยินกันสองคน เวลานี้ทั้งคู่กำลังนั่งเคียงข้างกันบนฝากระโปรงรถ ฟังเสียงแมลงตัวน้อยส่งเสียงเคล้าคลอไปกับความเงียบงันของธรรมชาติ แต่ถ้าถามยุนโฮว่าเห็นดาวกี่ดวงเขาคงตอบไม่ได้ เพราะสายตาเขาดันไปจดจ่ออยู่ที่ใบหน้าด้านข้างของคนรักมากกว่าเนี่ยสิ

“ไว้จะสร้างบ้านแถวที่โล่ง ๆ มองเห็นดาวให้แจจุงแล้วกัน”

“บ้าแล้ว สร้างให้ตัวเองอยู่สิ จะมาให้แจจุงทำไม”

“งั้นสร้างไว้อยู่ด้วยกันคงโอเคใช่มั้ย?” ยิงคำถามพร้อมรอยยิ้มละมุนให้คนตัวเล็ก แจจุงหันควับกลับมามองจนเขากลัวว่ากระดูกข้อต่อของอีกฝ่ายจะลั่นเอา 

รอยยิ้มจากคนหน้าหล่อที่แจจุงชอบเย้าว่าหน้าหมีแสดงถึงความจริงจังและจริงใจในคำพูด เขารู้นิสัยของยุนโฮพอ ๆ กับที่ยุนโฮรู้จักนิสัยของเขา หากพูดจาแบบนี้ไม่ต้องหวังเอาจะพูดปฏิเสธแล้ว เพราะถึงบอกปัดไปยังไงเสียเขาก็ต้องได้ย้ายไปอยู่บ้านของคุณพระเอกคนนี้อยู่ดี เพราะงั้นคำตอบรับจากเขาจึงเป็นเพียงท่าทางยักไหล่แต่ไม่เอ่ยตอบอะไรเท่านั้น

“แจจุง... พรุ่งนี้ฉันต้องไปต่างประเทศแล้วนะ”

จู่ ๆ ยุนโฮก็พูดขึ้น แจจุงพยักหน้าหงึกหงักพร้อมอือออตอบกลับไป พอจะรู้ว่าหนังเรื่องที่ยุนโฮกำลังถ่ายทำเป็นหนังฟอร์มยักษ์ที่ทุ่มทุนสร้างมหาศาล จึงไม่แปลกที่มักจะต้องบินไปถ่ายทำที่ประเทศนั้นประเทศนี้อยู่บ่อยครั้ง

“จะไม่ให้กำลังใจกันหน่อยเหรอ?”

“ที่พูดเพราะแบบนี้เองนะ?” คนตัวเล็กกว่าหันไปประชันหน้ากับคนข้างตัว เห็นรอยยิ้มกริ่มเสียจนน่าหมั่นไส้นั่นแล้วก็อดไม่ได้จะต้องดึงแก้มยุ้ย ๆ ที่ช่วงนี้ลดหายไปเพราะอีกฝ่ายทำงานหนักจนผ่ายผอมอย่างเบามือ ด้านยุนโฮก็ไม่ว่าอะไรกับการประทุษร้ายโดยซึ่งหน้า กลับยังแนบใบหน้าหล่อคมคายกับฝ่ามือนิ่ม ชิงสูดกลิ่นหอมประจำกายเข้าปอดอีกหลายเฮือก

“นะ?”

ใครบอกว่ายุนโฮชอบตามใจแจจุงมาเห็นตอนนี้คงจะพูดด้วยว่าแจจุงน่ะชอบตามใจยุนโฮไม่แพ้กัน แค่เจอสายตาเว้าวอนกับเสียงอ่อนเสียงหวานนั้นก็ยอมตามใจเขาเสียแล้ว

“.....ไม่ทำบนกระโปรงรถแน่ ๆ “

“ทำอย่างกับไม่เคย... ครับ ๆ ตามคำบัญชาครับเจ้าชาย”

ถ้าไม่ทำตามมีหวังโดยฆ่าตายด้วยสายตาค้อน ๆ นั่นแน่



ยามนี้บนเบาะหลังรถราคาเกินเจ็ดหลักมีเพียงเสียงลมหายใจจากสองร่างที่ยังนั่งเคียงกัน พลอดรักผ่านทางสายตาและการลูบไล้ร่างกายของกันและกัน 

“อึก... อื้อ ยุนโฮ...” 

ชื่อของพระเอกหน้าหล่อถูกครางเสียงแผ่วจากริมฝีปากแดงช้ำที่โดนประกบแลกลมหายใจจนถึงเมื่อครู่ ตากวางคู่สวยที่ทำให้ยุนโฮตกหลุมรักตั้งแต่คราแรกที่เห็นยามนี้ปรือปรอยด้วยแรงอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน แก้มใสเปล่องปลั่งขึ้นริ้วสีแดงอ่อน ๆ ยั่วให้ยุนโฮต้องส่งนิ้วไปเกลี่ยเล่นอย่างเบามือ

“ว่าไงครับ?”

ยิ้มละมุนถูกใช้ส่งให้คนน่ารักอีกรอบ ฝ่ายแจจุงก็ยิ้มกลับก่อนกระเถิบเข้าหาจนร่างแทบจะเกยไปนั่งบนตักคนรัก แขนเรียวมีกล้ามเนื้อจากการเทรนด์ร่างกายอย่างหนักโอบเอวของยุนโฮไว้ไม่แน่นนักก่อนจะวางคางมนไว้บนบ่าคลอเคลียปลายจมูกโด่งกับแก้มกร้านเป็นการหยอกเย้า 

“พรุ่งนี้ต้องบินแล้วเนอะ”

“อื้อ กว่าจะได้กลับคงอีกนานเลย” นิ้วยาวเกี่ยวเส้นไหมสีละเอียดนุ่มมือที่ปกหน้าปากเสียไม่เป็นทรงให้เข้าที่พร้อมเอ่ยตอบรับคำ “คิดถึงแจจุงแย่”

“...คิดถึงยุนโฮเหมือนกัน”

คำหวานที่กระซิบอ้อมแอ้มอยู่ข้างหูกระตุ้นรอยยิ้มให้กว้างมากขึ้นอีก การกระทำน่ารักน่าชังจนเผลอไปกระตุ้นมือซกซนให้ไล้ไปใต้เสื้อยืดสีขาวตัวโปรด เย้าหยอกที่แผ่นหลังเนียนนุ่มมือให้คนในอ้อมกอดสะท้านไหวเล่นจนต้องครางประท้วงชื่อชายหนุ่มเสียงเบา แต่ไม่มีท่าทีว่าจะผละหนีหรือกร่นด่าด้วยความรำคาญแต่อย่างใด ยิ่งทำให้ยุนโฮได้ใจกดปากหยุ่นของตนเองกับหลังคอขาว ประทับรอยรักในที่ ๆ ใครต่อใครต้องก็สามารถมองเห็นได้

แม้ช่วงแรกแจจุงจะแวดเสียงหวานใส่ว่าอย่าทำรอยในที่ ๆ สามารถเห็นได้ชัด แต่ยิ่งพูดก็เหมือนยิ่งยุเพราะคุณพระเอกเล่นทำรอยเสียตรงไหปลาร้า กะไม่ให้คุณนักร้องได้ใส่เสื้อคอกว้างไปอีกเป็นสัปดาห์ เมื่อเป็นเช่นนั้นก็มีแต่ต้องปล่อยให้เลยตามเลย ตามแรงอารมณ์ของทั้งสองฝ่ายที่มากขึ้นเรื่อย ๆ ทุกวินาทีที่ผันผ่านไป



จมูกโด่งรั้นซุกไซร้สูดดมความหอมจากร่างกายขาวละเอียดของคนที่นอนบิดเร้าตาปรอยอยู่บนเบาะหนังชั้นดี ไล้สัมผัสทั่วลำคอ แผ่นอกเนียนประดับยอดอดสีหวานที่พอได้ทีก็ขบกัดแรง ๆ แล้วชิ่งหนีไปทำรอยสีกุหลาบตราประทับไว้ตรงหน้าท้องเนียน ก่อนคุณนักร้องคนเก่งจะต้องแอ่นร่างเมื่อฟันคมเล่นขบงับเอาใต้ท้องน้อยใกล้ส่วนสำคัญของตน การกลั่นแกล้งช่างเสียวซ่านจนบางสิ่งที่อยู่ใต้กางเกงยีนส์เนื้อดีต้องตื่นขึ้นมาดูว่าใครกันที่ปลุกมันให้ตื่นจากการหลับไหล

“ยุนโฮ... อย่าแกล้ง”

ยิ่งยุนโฮเห็นว่าคนโดนกระตุ้นครางประท้วงเสียงหวานใต้ร่างเซ๊กซี่ขนาดไหนยิ่งอยากสัมผัสให้อีกฝ่ายต้องร่ำร้องหาเขาให้มาขึ้น ประหนึ่งเสื้อในป่าใหญ่ที่อดอยากวิ่งมาเจอเนื้อชิ้นโต เสื้อผ้าที่เหลืออยู่น้อยชิ้นถูกถอดทิ้งด้วยความเร่งรีบ ยุนโฮต้องการมากกว่านี้ ไม่ใช่เพียงแค่กลั่นแกล้งให้แจจุงต้องร้องหา ไม่ใช่การแนบชิดกับเรือนร่างของคนรัก แต่เป็นการครอบครอง สอดแทรก กระแทกและเน้นย้ำเข้าไปถึงภายใร ให้ร่างกายได้จดจำและรับรู้ว่ามันเป็นของใคร

“แจจุง... อดทนหน่อยนะ เชื่อใจฉัน...”

เพราะบนรถไม่มีสิ่งของที่จะปลอบประโลมร่างกายให้ได้เตรียมพร้อม การะจะแทรกกายเข้าหาคนรักต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมาก ซึ่งแจจุงก็น่ารักเสียจนยุนโฮเกือบทนไม่ไหว จากที่ระมัดระวังเสียดิบดีแต่เพียงแค่กลางทางก็ส่งกายเข้ารวดเดียวเสียแล้ว

“อึก!... ยุนโฮ... ยุน อะ...”

“ไม่เป็นไรแจจุง ผ่อนคลายนะคนดี”

เสียงทุ้มแหบปลอบโยนคนรักทั้งที่ตนก็แทบจะทนไม่ไหว แต่ยังคงพยายามค้างกายให้อยู่ในท่วงท่าที่คนใต้ร่างจะเจ็บปวดน้อยที่สุด ใบหน้าคมเหยเกทั้งจากแรงบีบรัดอันนุ่มนวลและความพยายามอดกลั้นของตนเอง เห็นว่าคนตัวโตกว่าต้องอดทนแค่ไหนแจจุงก็ยิ้มกว้าง ร่างบางที่ต้องรองรับทั้งตนเองและคนด้านบนไว้ค่อย ๆ ขยับทีละนิดเพื่อจะรั้งให้ที่ทำหน้าน่าสงสารลงมาซบกับแผ่นอกของตน แต่กว่าจะสำเร็จก็เล่นเอาหลุดเสียงคราง ตัวสั่นสะท้านไปหลายรอบ เพราะต่อให้ระวังอย่างไรการขยับเขยือนมันก็ยังส่งแรงสะเทือนทั่วทั้งร่างกายอยู่ดี 

“แจจุง... แจจุง อืม” 

ยุนโฮที่ซุกหน้าลงกับแผ่นอกขาวเนียนเริ่มหยอกล้อกับส่วนที่ชูชันล่อสายตา ทั้งขบเม้ม ทั้งดูดรั้งเสียจนมันแดงช้ำไปหมดทั้งสองข้าง คนรองรับแรงกระแทกก็ไม่ยอมแพ้ เอวบางเคลื่อนไหวตามสัญชาตญาณ ไร้สิ้นซึ่งความเขินอายแบบที่ควรจะมี ในเมื่อยามนี้ บนเบาะหลังมันช่างเร่าร้อนเสียจนลืมสิ้นทุกความรู้สึกนึกคิด รับรู้เพียงวิธีการปลดปล่อยอารมณ์ให้ล่องลอยไปตามที่มันควรจะเป็น

“อ๊ะ อา... ยุน... แรงอีก อื้ออ”

รถคันสวยสั่นน้อย ๆ ด้วยแรงโถมของทั้งคู่แม้จะเปล่าเปลือยแต่ก็หาได้แคร์อากาศหนาวของยามค่ำคืนที่พยายามหาทางแทรกเข้ามาไม่ กายชิดกาย เนื้อแนบเนื้อ ส่งผ่านความรักทั้งจากคำพูดและการกระทำ ส่งทั้งสองฝ่ายมุ่งหน้าเข้าสู่จุดสูงสุดแห่งแรงอารมณ์ และแน่นอนว่าสำหรับค่ำคืนนี้มันจะไม่ใช่เพียงครั้งหรือสองครั้ง ในเมื่อความรักมันวัดค่าเป็นจำนวนไม่ได้ การแสดงออกของความรักย่อมแสดงออกเป็นจำนวนครั้งไม่ได้เช่นกัน

 

“รักยุนโฮนะ”

“ฉันก็รักแจจุงเหมือนกัน”


You know what next is back seat
 
 
 ■  ■  ■  ■  ■  ■  ■  ■  ■  ■

 
เพลงมันอีโรติกเลยพยายามจะให้มันอีโรติก แต่คงไม่อีโรติกเท่าไหร่เพราะคนแต่งไม่เชี่ยวเรื่องอีโรติก พอ.
 
คือทุกคนฟังเพลง BACK SEAT แล้วใช่มั้ยคะ รู้สึกเหมือนเรามั้ยว่ามันคือเพลงที่เหมาะกับเรื่องฮอท ๆ บนเบาะหลังเลย มันใช่ตั้งแต่เนื้อเพลงละ เจอเอวพริ้วของแจจุงไปทุกอย่างคือจบ อาการหลงเมนพร้อมวิ่งกระแทกกลางลำตัวมาก
 
ร้างลาจากการแต่งฟิคเรทไปนานแบบ... นานแสนนาน พอมาแต่งอีกทีแล้วอยากจะทำให้มันดูเย้ายวนไม่ได้เรทพร่ำเพรื่อมันเลยยากเช่นนี้แหละค่ะ จะพยายามขัดเกลาฝีมือต่อไปแล้วกันนะ อิอิ
 
มีคำผิดตรงไหนขออภัยด้วยค่ะ
ขอบคุณที่ติดตามจนถึงตรงนี้ค่ะ

Comment

Comment:

Tweet