หัวหน้าแก๊งค์
ตอน วันหยุดของหัวหน้า



ยามสายที่ไร้เสียงนาฬิกาช่างเป็นสวรรค์บนดินของคนที่เพิ่งจะหามรุ่งหามค่ำปั่นโปรเจคแล้วล้มตัวนอนได้ไม่นาน หากแต่ความสุขของคนบนเตียงคงจะไม่ยืนยาวเท่าไหร่นักเมื่อเสียงจังหวะหนักๆของเพลงร๊อคต่างชาติแผดเสียงคำรามเสียดแทงแก้วหูอยู่ไม่ไกลแถมแรงสั่นสะเทือนก็น่ารำคาณจนทำให้ต้องตื่นจากภวังค์

“โทรมาทำไมตอนนี้วะไอ้เหี้ย!”

ร่างสูงแผดคำผรุสวาทตามสายโทรศัพท์อย่างหงุดหงิดเพราะโดนปลุกทั้งที่นอนไม่พอ นิ้วเรียวยาวประดับแหวนเงินวงเรียบสางผมสีแดงเข้มที่ใครอีกคนเรียกมันว่า ‘สีเลือดหมูประกายสตอเบอรี่’ ขยี้มันอย่างหงุดหงิดแต่ก็ต้องชะงักเพราะเสียงอันคุ้นเคยที่ตอบกลับมาด้วยความหงุดหงิดไม่ต่างกัน

“มึงสิเหี้ยไอ้พี่กิว อย่ามาหงุดหงิดใส่พายนะ!”

คนเขาโทรมาเพื่อจะถามไถ่แท้ๆว่างานที่บอกต้องรีบส่งทำไปถึงไหน เห็นพี่ชายตัวเองกลับมาก็ไม่พูดอะไรนอนตายไปเป็นวันแล้วเพิ่งจะออกไปเรียนสภาพครึ่งคนครึ่งซอมบี้เมื่อสักครู่นี้เลยคิดว่าคนรักก็ไม่น่าจะต่างกันเลยจะถามไถ่ด้วยความเป็นห่วงแต่ไหงพอรับโทรศัพท์ก็มาด่าซะงั้น พายก็ไม่ใช่หนุ่มน้อยเรียบร้อยในโอวาทใครมาแต่ไหนแต่ไรพอโดนพูดแบบนี้ก็ขึ้นเอาง่ายๆเหมือนกัน

ด้านกิวที่ชะงักไปชั่วครู่เพราะรู้ตัวว่าตนพลาดแล้วที่ไม่ดูหน้าสิ่วหน้าขวานด่าออกไปแบบนั้น ปกติเขาจะรอบคอบดูเบอร์ก่อนเสมอ แต่วันนี้มันง่วงจนขาดสติจริงๆจนพลาดไป

“พี่ขอโทษครับพาย พี่ไม่ได้ดูเบอร์”

“.......ลดโทษให้กึ่งหนึ่งเพราะพายก็ด่าพี่เหมือนกัน ขอโทษนะครับ”

เสียงหัวเราะทุ้มหวานที่ส่งมาพร้อมคำขอโทษแค่นั้นก็ทำให้กิวสบายใจ ร่างสูงหยัดกายมานั่งพิงขอบเตียง ลอมมองนาฬิกาจึงรู้ว่าตอนนี้เกือบจะสิบโมงเข้าไปแล้ว เขาจำได้ว่าเข้านอนตอนที่เห็นดวงอาทิตย์เริ่มโผล่พ้นขอบฟ้าคงสักสามถึงสี่ชั่วโมงซึ่งไม่เพียงพอต่อร่างกายที่เหนื่อยล้าเลยสักนิด

“แล้วพี่กิวไม่รีบไปส่งงานเหรอ พี่พัพเพิ่งแบกแบบจำลองขึ้นมินิออกไปเมื่อกี้เอง”

มินิในที่นี้คือมินิคูเปอร์ที่หนุ่มติสอย่างพัพเลือกใช้แทนรถคันอื่นใยบ้าน เพราะเจ้าตัวชอบสีสันและรูปทรงแถมน้องชายอย่างพายก็บอกว่ามันเข้าจึงจัดว่าเป็นคันโปรดเลยก็ว่าได้

“อืม... เดี๋ยวอาบน้ำแล้วออกครับ วันนี้เรียนแค่รอบบ่ายใช่มั้ย?”

กิวจำตารางเรียนทุกตัวของน้องได้ดีพอๆกับตารางเรียนของตัวเอง ไม่สิ ต้องบอกว่ากิวจำทุกอย่างที่เกี่ยวกับน้องได้ดีพอๆกับของตัวเองต่างหาก เหมือนเป็นนิสัยที่ติดตัวไปแล้วตั้งแต่เริ่มจีบน้องด้วยซ้ำ แต่กิวจะไม่ยุ่ง ไม่เข้าไปก้าวก่ายในความเป็นส่วนตัวน้องมากเกินความจำเป็น เหมือนที่น้องก็ให้พื้นที่และความเป็นส่วนตัวกับเขาเสมอ

“อาทิตย์นี้ไม่มีเรียนแล้วกั๊บผม อาจารย์ยกคลาสเพราะไปสัมนาอะไรสักอย่าง” ว่าแล้วก็หัวเราะชอบใจ ถึงจะชอบเรียนแค่ไหนแต่เวลายกคลาสใครๆก็ต้องดีใจกันทั้งนั้นแหละ

“ตัวดื้อเลยสบายใจเพราะการบ้านไม่เสร็จ” มุมปากยกยิ้มเพราะคำพูดคำจาที่น่ารักของอีกฝ่าย พร้อมใช้สรรพนามที่นานๆจะเรียกที่ น้องชอบบ่นว่าขี้เกียจทำการบ้าน แต่เห็นก็ทำเสร็จทุกทีแม้บางทีเขาจะต้องช่วยแล้วแลกกับของรางวัลที่หลัง คราวนี้ก็คงอีหรอบเดิมใกล้วันที่ต้องเรียนถึงจะเริ่มทำ พออาจารย์ประกาศยกคลาสก็สบายเจ้าตัวไปสิ

“แน่ะ รู้ทันสมเป็นพ่อบับเบิ้ลบี”

“งั้นเราก็แม่มันน่ะสิ”

เจ้าโกลเด้นตัวโตอาจจะได้ยินชื่อตัวเองผ่านการเทเลพาธีหรือเปล่ากิวก็ไม่แน่ใจเพราะทันทีที่พายพูดชื่อมันก็ตะกุยพื้นประตูเสียงดังแกรกๆแล้วเห่าเรียกความสนใจอีกหนึ่งคำรบเหมือนจะบอกว่าให้มันเขามาคุยโทรศัพท์กับแม่มันด้วยยังไงอย่างงั้น ซึ่งเสียงก็คงดังพอให้น้องที่อยู่อีกฝั่งของสายได้ยิน เจ้าตัวหัวเราะร่าแถมยังเรียกชื่อบับเบิ้ลบีๆไม่หยุด

"เดี๋ยวส่งงานเสร็จจะไปรับที่บ้าน ม๊าว่ามั้ย?"

'ม๊าว่ามั้ย' คือประโยคที่กิวใช้ถามน้องแทนคำว่าจะมาค้างที่บ้านมั้ย เพราะครั้งแรกที่กิวลากน้องมาค้างคืนที่บ้านโดยไม่บอกม๊าของน้องก่อนเล่นเอากิวถึงกับหูดับมาแล้ว ก็คุณนายบ้านปัทมชัยวิวัฒน์เขาหวงลูกชายคนเล็กอย่างกับจงอางหวงไข่ พอรู้ว่าลูกโดนเพื่อนสนิทลูกชายคนโตลากไปก็สวดยับแบบไม่ไว้หน้าบุพการีเลยทีเดียวเชียว

"อืม~ ถ้าพรุ่งนี้มาส่งม๊าไม่ว่าแล้ววันเสาร์พายค่อยไปอีกรอบ"

เท่ากับอาทิตย์นี้เค้าจะได้ใช้เวลากับน้องเพิ่มอีกคืนจึงไม่เป็นปัญหาแม้พรุ่งนี้จะต้องตื่นเช้าไปส่งน้องกลับบ้านทั้งที่เขามีเรียนเสียช่วงบ่าย อย่างว่าพาลูกเขามาก็ต้องดูแลให้ดีอย่าให้เขาว่าได้

นัดแนะกันเสร็จเรียบร้อยคนที่ยังมีรอยยิ้มเปื้อนหน้าก็พาร่างตนเองไปจัดการธุระส่วนตัวในห้องน้ำ แต่งกายในชุดนักศึกษาที่ดูไม่ค่อยเข้ากับสีผมสักเท่าไหร่ก่อนแบกบ้านจำลองของตนเองออกจากห้องเตรียมตัวสำหรับการส่งโปรเจคที่จะมีในอีกไม่ถึงชั่วโมงข้างหน้า แต่หิวก็หาได้รีบร้อน ฝีมือการขับรถยนต์ของเขาและระยะทางไม่เป็นปัญหาในการเดินทางสักเท่าไหร่นัก

"เฝ้าบ้านด้วย เดี๋ยวพาแม่มาหา"

กิวว่าพร้อมตบเบาๆที่บริเวณคอของสุนัขตัวใหญ่ประจำบ้าน บับเบิ้ลบีนั่งมองเจ้านาย พวงหางส่ายไปมาคล้ายจะแทนคำตอบรับ และนั่นทำให้กิววางใจที่จะร่วมโครงการฝากบ้านไว้กับสุนัขของตน



ใช้เวลาไม่นานรถบีเอ็มคันสวยก็ถึงจุดหมาย ก่อนเวลาที่จะต้องเริ่มรายงานโปรเจคประมาณสิบนาที เขากะเวลาไว้ไม่ผิด กิวมองนาฬิกาแล้วสาวเท้าพาตนเองขึ้นตึกเรียนเพื่อตรงสู่หอประชุมที่เพื่อนสนิททั้งสองต่างก็รอจ้องที่ให้เขาพร้อมอยู่แล้ว แม้ตามปกติที่นั่งประจำของพวกเขาคือใต้ตึกเรียนแต่หากเป็นโอกาสสำคัญอย่างการพรีเซนต์โปรเจคเช่นวันนี้พวกเขาจะนัดแนะกันว่าไม่ต้องรอ ใครถึงแล้วเตรียมตัวกับงานโปรเจคให้เต็มที่มาเจอกันอีกทีก็ตอนที่จัดการเรื่องโปรเจคเสร็จแล้วทีเดียว

“อีกห้าคน”

ทันทีที่ทรุดตัวลงนั่งคนด้านข้างก็เอ่ยเสียงเบาบอกจำนวนเพื่อนร่วมคลาสที่ต่อคิวจนกว่าจะถึงตน กิวพยักหน้ารับ มือแกร่งประคองแบบจำลองของตนที่พร้อมสำหรับการพรีเซนต์

“พัพ วันนี้ขอน้องมาค้างบ้านนะ”

ไม่ใช่ประโยคคำถามแต่เป็นประโยคบอกเล่าให้รับรู้เท่านั้น คนเป็นพี่ชายก็ไม่ถือสาอะไรพยักหน้ารับ กิวมันรู้ว่าเขาไม่ว่าถ้าเพื่อนสนิทจะพาน้องชายเขาไปไหนมาไหนหรือพาไปค้างด้วยเพราะยังไงคนรักกันย่อมอยากจะมีเวลาอยู่ด้วยกันแน่นอนอยู่แล้ว เพียงแค่มาบอกให้สบายใจรับรู้ไว้เท่านั้น

“อ้าว งี้ก็อดไปก๊งเหล้าโต้รุ่งดิ เดี๋ยวพี่กิวจะอดสวีทกับน้องพาย”

รูทเย้าเพื่อนแล้วหัวเราะ คนตัวเล็กสุดในกลุ่มตั้งใจว่าวันนี้จะลากพี่ชายของน้องพายไปซดเหล้าฉลองทำงานเสร็จทันส่งเสียหน่อย แต่พี่กิวเล่นพูดแบบนี้ก็ปิดทางหาเหล้ากินฟรีชัดๆ แต่เขาไม่ซีเรียสหรอกนะความสุขของเพื่อนคนดีอย่างนายรูทไม่ขัดอยู่แล้ว

“มึงก็ไปสวีทกับไอ้พัพสิ” กิวส่งลูกหยอดให้ด้วยรู้ว่าอะไรเป็นอะไร สายตาของพัพที่มองเพื่อนตัวเล็กมันเกินคำว่าเพื่อนไปสักพักหนึ่งแล้วจะมีก็แต่เจ้าตัวนั่นแหละที่ไม่รู้

“โธ่ ไม่ต้องสวีทมากกว่านี้ก็หลงกูจะตายแล้วครับ เนอะคุณภรรยา”

พูดเองหัวเราะเองช่างน่าหมั่นเขี้ยวนักในสายตาของคุณภรรยาคนที่ว่า เจ้าตัวเลยจัดหนักหยิกแก้มนิ่มที่แอบลอบมองอยู่บ่อยครั้งเบาๆโดยไม่พูดตอบอะไร กิวได้ลอบมองคนที่ไม่รู้อะไรเอาเสียเลยกับสายตาของเพื่อนอีกคนที่สื่อออกมาว่า ‘ใครจะเป็นสามีใครจะเป็นภรรยาเดี๋ยวรู้กัน’



การพรีเซนต์งานผ่านไปแบบไม่ยากเท่าที่คิด หลังสิ้นสุดภารกิจประจำวันร่างสูงก็พารถบีเอ็มคันสวยมาจอดหน้าบ้านหลังใหญ่ในหมู่บ้านจัดสรรไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยเท่าใดนัก ไม่นานหลังจากที่วางสายโทรศัพท์ร่างของคนที่รออยู่ก็แบกเป้สะพายออกมาจากบ้านเดินตรงมาที่รถของเขา ดูท่าทางน้องคงจะแบกของเล่นไปเล่นกับสัตว์เลี้ยงตัวโปรดที่รออยู่ที่บ้านเต็มที่ดีไม่ดีอาจจะมีพ่วงการบ้านที่เจ้าตัวทำไม่ได้ไปให้เขาสอนด้วยถึงได้พกเป้แทนที่จะเป็นกระเป๋าตังค์กับมือถือเครื่องเดียวแบบที่พกทุกครั้งยามไปบ้านเขา

น้องไม่เคยต้องพกเสื้อผ้าสำหรับค้างคืนหรือของใช้จำเป็นอะไรก็แล้วแต่จากบ้านของตัวเองเพราะที่บ้านของกิวมีของใช้สำหรับน้องอยู่แล้วทั้งเสื้อผ้าสำหรับเที่ยวหรือใส่นอน หมอน ผ้าห่ม เครื่องใช้ส่วนตัวอย่างแปรงสีฟัน ผ้าขนหนู แม้กระทั่งชุดชั้นในบ้านกิวมีเตรียมพร้อมให้น้องอยู่เสมอ ก็บอกแล้วว่าดูแลอย่างดี

“พี่กิวแวะซื้อของลาบหน้าปากซอยก่อนนะครับ เย็นนี้กินอาหารอีสานกัน”

“ชอบจังนะอาหารอีสาน เป็นคนอีสานเหรอเรา” เย้าน้องก่อนเปลี่ยนเกียร์ออกรถ พายชอบกินอาหารเผ็ดประจำยิ่งของโปรดเจ้าตัวอย่างลาบ น้ำตก ส้มตำนี่ต้องมีให้กินตลอดที่มาค้างบ้าน

“เปล่าสักหน่อย นี่อิมพอร์ตจากเกาหลีนะ ที่จริงพายเป็นบอยแบรนด์รู้เปล่า”

“เป็นบอยแบรนด์มั้ยไม่รู้หรอก แต่เป็นเมียพี่อันนี้รู้อยู่แล้ว”

“......ขี้มั่วเหอะ เมียอะไรเขายังเป็นว่าที่”

ไม่คิดว่าคนโตกว่าจะมามุกนี้ พายอึ้งก่อนกระชับเป้ในอ้อมกอดแน่น วงหน้าขาวเนียนมีริ้วแดงด้วยความเขินอายฉายให้เห็น ปกติน้องไม่ใฃ่พวกขี้อายแต่ถ้าเจอคำหยอดเข้าไปแบบไม่ทันตั้งตัวอาการไปไม่เป็นแบบนี้ก็มีมาให้เห็นอยู่เหมือนกัน สารถีรูปงามหัวเราะชอบใจ ฝ่ามือใหญ่ลูบผมนุ่มเบาๆอย่างเอ็นดูในขณะที่อีกข้างก็บังคับพวงมาลัยรถไปด้วย เมื่อถึงหย้าปากซอยบ้านก็ไม่ลืมจะเทียบรถเข้าข้างทางแล้วลงมาซื้อข้าวเย็นตามที่น้องรีเควสไว้



ใช้เวลาไม่นานทั้งรถทั้งคนและกับข้าวก็มาถึงบ้านโดยที่มีสุนัขตัวโตนั่งคอยอยู่บริเวณสนามหญ้าอยู่แล้ว ทันทีที่ได้ยินเสียงรถที่คุ้นเคยมันจึงวิ่งมารอต้อนรับอยู่ไม่ห่าง

“บับเบิ้ลบี คิดถึงจังเลย!”

พอรถหยุดปุ๊บคนที่นั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถก็สะพายเป้ก้าวขาลงไปเล่นกับลูกรักของตัวเองทันที กอดฟัดอยู่สักพักก็วิ่งเข้าบ้านทั้งคนทั้งสุนัขทิ้งให้กิวที่เพิ่งล็อครถเสร็จต้องเป็นคนแบกถุงอาหารเข้าบ้าน

ห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ที่ยามปกติจะเงียบเหงาเพราะมีเพียงหนึ่งคนกับหนึ่งตัวเท่านั้นที่ได้ใช้มาบัดนี้กลับมีเสียงหัวเราะและพูดคุยงุ้งงิ้งของพายเพิ่มเข้ามา กิวรู้สึกดีที่ได้ยินเสียงและได้เห็นรอยยิ้มกับของน้องในบ้านที่มีเพียงเขาอยู่อาศัยแบบนี้ ความจริงเขาจะย้ายกลับไปอยู่บ้านใหญ่กับพ่อแม่ของเขาก็ได้ทั้งสะดวกสบายและไม่ต้องเหงาอยู่คนเดียวยามที่ไม่มีน้องหรือเพื่อนมาบ้าน เพียงแต่กิวรู้สึกว่าตนอยากได้เวลาเป็นส่วนตัวอยู่ในตอนนี้จึงเลือกที่จะยังอาศัยอยู่ที่นีแล้วกลับเข้าบ้านใหญ่อาทิตย์ละครั้งหรืออย่างมากก็สองครั้ง บางครั้งก็อดรู้สึกผิดกับคนเป็นพ่อแม่ไม่ได้จึงเลือกที่จะใช้วิธีโทรศัพท์หาวันเว้นวันรายงานการใช้ชีวิตให้พวกท่านสบายใจแทน

“ไม่บอกว่าเป็นเจ้าของจะนึกว่าแม่ลูกกัน... แทบดูไม่ออกว่าไหนคนไหนหมา”

ขาเพรียวพาร่างสูงสมส่วนมานั่งอยู่ข้างน้องที่นั่งหยอกนั่งฟัดกันกับบับเบิ้ลบีตรงโซฟา ความจริงกิวไม่ใช่คนรักสัตว์ ไม่เคยคิดที่จะเลี้ยงสัตว์ทุกประเภทเลยด้วยซ้ำ แต่วันนั้นที่เขาไปเดินเล่นกับน้องที่สวนจตุจักรเจ้าตัวดันไปติดใจกับโกลเด้นรีทรีฟเวอร์ที่ได้สบตากันเข้า จากที่ตั้งใจไปเดินเล่นเลยได้สัตว์เลี้ยงมาหนึ่งตัว ตอนแรกน้องกะจะเอาไปเลี้ยงที่บ้านแต่เพราะไม่สะดวกเท่าไหร่ผลกรรมจึงตกมาอยู่ที่กิวซึ่งไม่เคยเลี้ยงสัตว์ใดมาก่อนเลยในชีวิต ตอนแรกก็ขยาดแต่เลี้ยงไปเลี้ยงมากลับชอบในความแสนรู้ของมันเข้าซะได้ ตอนนี้บับเบิ้ลบีโตขึ้นมาก มันสูงจนเกือบถึงหน้าขาน้องแล้ว เรียกได้ว่าพอมันจะกระโดดอ้อนน้องทีน้องถึงกับจะล้มหงายหลังได้เลย

“คุณพ่อน้อยใจก็บอกมาครับ อย่าปล่อยน้องบับเบิ้ลบีมาเล่นข้างนอกแบบนี้” ยิ้มกว้างแต่วาจาเฉือดเฉือนนัก ถ้าไม่ใช่คนรักคงโดนกระทืบไปนอนอยู่กับพื้นห้องแล้ว

“คุณแม่ก็มาเก็บน้องหน่อยครับ คงคิดถึงแม่มากเลยออกมาวิ่งเล่นกันใหญ่” อีกคนก็ไม่น้อยหน้า ท่อนแขนแกร่งตวัดไปรัดเอวคนตัวเล็กกว่าให้มานั่งบนตักโดยพ่วงเจ้าบับเบิ้ลบีที่ตอนนี้มาเกาะหน้าขาพาดขาไว้บนตักน้องอีกที

คิ้วเรียวยกขึ้นอย่างรู้ทันว่าคนรักของตนเองต้องการจะสื่ออะไร ใบหน้าคมที่วางเกยอยู่บนไหล่ลาดนั้นยังนิ่งอยู่จะมีก็เพียงมุมปากที่ทำระดับสูงกว่าปกติคล้ายจะพอใจกับคำพูดของตนเองก่อนใช้จมูกโด่งชนเข้ากับแก้มใสคลอเคลียไปมา ท่าทางแบบนั้นทำให้พายรู้สึกเหมือนเวลาบับเบิ้ลบีเอาจมูกมาดุนแก้มตัวเองอยู่ไม่น้อย จากที่บอกว่าเขาเป็นแม่ลูกกับบับเบิ้ลบีต้องบอกว่าพี่กิวต่างหากที่เป็นพ่อของเจ้าตัวโตที่หอบแฮ่กๆบนหน้าขาเขาตอนนี้ท่าทางเวลาอ้อนเหมือนกันไม่มีผิด

พายกัดริมฝีปากตนเองกลั้นรอยยิ้ม รู้สึกถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่พองโตขึ้นจากการออดอ้อนของคนรัก เวลาพี่กิวอยู่กับเขาจะต่างกับเวลาที่อยู่กับคนอื่นเสมอพายรับรู้ได้ตั้งนานแล้ว มันเป็นเช่นนี้มาตั้งแต่ตอนที่พี่จีบเขาใหม่ๆ ความมุ่งมั่นในแบบที่พายไม่เคยเจอ การแสดงออกที่ทำให้พายรู้สึกว่าตนเองสำคัญ สองสิ่งหลักๆที่ไม่เคยเปลี่ยนไปนั้นทำให้คนที่เคยคบแต่ผู้หญิงอย่างพายยอมเปิดใจรับคนปากร้ายใจดีคนนี้เข้ามาในชีวิต ยิ่งคิดถึงเรื่องเก่าๆก็ยิ่งทำให้ยิ้มกว้างขึ้น น้องบีบสันจมูกโด่งที่ยังหาเศษหาเลยกับแกมลามไปยังส่วนอ่อนไหวบริเวณต้นคออย่างหยอกเย้า

“เก็บลูกแล้วต้องเก็บพ่อด้วยมั้ย ลามกตลอด”

“เก็บลูกก่อนเดี๋ยวรู้เลย”

พายหัวเราะกับความยียวนกวนอารมณ์ของคนรัก ร่างบางเกาหัวสุนัขตัวโปรดก่อนปล่อยให้มันนอนลงกับพื้นตามใจชอบแล้วหัวกายไปนั่งคร่อมคนรัก ตาประสานตาสบกันชั่วครู่ก่อนจะถึงคราวที่ริมฝีปากสีชมพูอมส้มจะประกบปิดทับกับความนิ่มหยุ่นของอีกฝ่าย เม้มเบาๆให้เกิดเสียงจุ๊บแต่ไม่ยอมผละออกพร้อมงับฟันซีเล็กลงบนริมฝีปากล่างของอีกฝ่ายในขณะที่แขนเรียวก็เลื่อนไปคล้องกับตันคอคนสูงกว่า

ปากนิ่มเผยอขึ้นรับลิ้นที่ค่อยๆสอดแทรกเข้ามาในปาก ยอมให้สำรวจภายในด้วยความนุ่มนวลเจือความร้อนรุ่ม พายขยับตัวเข้าแนบชิดเสียดสีกับร่างที่รองรับอยู่ด้วยแรงอารมณ์ไม่หยุดที่จะส่งลิ้นร้อนเกี่ยวกระหวัดปล่อยตัวปล่อยใจไปกับจูบอันหอมหวานอย่างเต็มที่เสียจนน้ำใสเชื่อมต่อกันแม้จะผละใบหน้าออกห่างแล้วก็ตาม

“.....สงสัยต้องให้พายเก็บพ่อมันด้วย”

นิ้วโป้งเกลี่ยแก้มใสของคนบนตักแล้วว่าเย้า รสจูบอันหอมหวานที่หมายจะจัดการวคามยียวนของเขากับการเสียดสีร่างกายของน้องมันดันไปกระตุ้นอะไรบางอย่างที่น้องนั่งทับอยู่ให้ตื่นขึ้นมาเสียได้ พายเบิกตากว้างเข้าใจในคำพูดทันทีเมื่อตนก็สัมผัสอกไรบางอย่างที่มันดุนดันผ่านเนื้อผ้าขึ้นมาโดนด้านหลังของเขา เมื่อรู้สึกตัวหน้าใสก็แดงเอาเรื่อ พายแปะมือเข้าที่สองข้างแก้มกร้านแล้วจับให้ไบหน้านั้นส่ายไปมาก่อนส่งจมูกโด่งปะทะกับแก้มกร้านอีกครั้งแล้วยิ้มหวาน ก่อนลุกจากตักอย่างอ้อยอิ่งพร้อมทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ทำเอากิวต้องหัวเราะอย่างห้ามไม่อยู่

 

“อนุญาตให้มีชู้เป็นมือขวาวันนึงแล้วกันนะครับที่รัก”

 

พูดจาน่ารักสมกับเป็นว่าที่เมียหัวหน้าแก๊งค์เสียจริง


จบตอน วันหยุดของหัวหน้า


■  ■  ■  ■  ■  ■  ■  ■  ■  ■


ตอนสี่มาอย่างไว กลัวลืมจะลงค่ะเพราะหลังจากนี้ยังมีพล็อคอีกหลากหลายเรื่องที่อยากจะแต่ง แถมงานหลังงานรองก็มาเต็มสตรียมแบบไม่ให้หายใจกันเลยทีเดียว

มีเรื่องอยากจะทำเยอะแยะแต่ไม่มีเวลาพ่วงความขี้เกียจนี่มันลำบากจริงๆนะคะ // ความขี้เกียจนี่สิแย่สุด

ขอบคุณที่อ่านจนจบตรงนี้ค่ะ

Comment

Comment:

Tweet