♥ [Free!'s Fiction] Animals

posted on 03 Oct 2014 21:18 by annew-me in Free directory Fiction, Cartoon

 

❥Animals

 

 


Title : Animals
Fandom : TV アニメ Free! Iwatobi High School Swimming Club
Pairing : Tachibana Makoto x Nanase Haruka
Rate : R-18

 

 


คำเตือน : นิยายเรื่องนี้มีเนื้อหาในแนวชายรักชาย หากไม่ประสงค์เสพกดปิดได้ที่มุมขวาบนค่ะ

 

 

 

 Maroon 5 - Animals

 

 

เมื่อสัญชาตญาณสัตว์ป่าตื่นขึ้น

ผมจะไล่ล่าและกลืนกินคุณทั้งเป็น เจ้าหญิงของผม

 

 

 

ถ้อยคำบนแผ่นกระดาษเขียนด้วยปากกาหมึกสีดำและลายมือที่เรียบร้อย สำหรับคนอื่นมันอาจจะเป็นข้อความที่ดูไม่มีนัยยะอะไรเหมือนข้อความทั่วไปที่ถูกคัดลอกมาจากหนังสือนิยายเกี่ยวกับความรักของหมาป่าและสาวน้อยสุดฮิตของวัยรุ่นที่เห็นได้ตามชั้นวางในร้านขายหนังสือ แต่สำหรับคนที่ถือมันไว้กลับต่างออกไป มือขาวที่ถือเศษกระดาษสั่นน้อย ๆ ตากลมไล่อ่านตามตัวอักษรทีละตัวอีกครั้งพลันความรู้สึกไม่สบายใจก็แล่นตีขึ้นมาในอก

 

นานาเสะ ฮารุกะละความสนใจจากเศษกระดาษตรงหน้า เงยหน้าพลางกวาดสายตามองรอบห้องเลคเชอร์ประจำคลาสของตนเองเพื่อเสาะหาผู้ที่น่าจะเป็นเจ้าของกระดาษใบนี้ แต่ตอนนี้ชั่วโมงเรียนยังไม่เริ่มในห้องจึงยังโล่งไม่มีใครสักคน แม้จะมีคนทิ้งกระเป๋าไวจองที่นั่งแต่ก็ไม่ได้มีจำนวนเยอะมากเท่าไหร่นัก แล้วใครกันที่เป็นคนเอากระดาษใบนี้มาวางบนกระเป๋าของเขาที่นำวางทิ้งไว้ก่อนจะเดินไปทำธุระส่วนตัวที่ห้องน้ำเพื่อเตรียมตัวสำหรับการอยู่โยงยาวฟังอาจารย์ประจำภาควิชามาสาธยายเรื่องน่าเบื่อเช่นนี้อีกแล้ว

 

ใช่ อีกแล้ว

 

หากจำไม่ผิดกระดาษแผ่นแรกที่ได้รับเป็นเมื่อประมาณสองเดือนก่อนหน้านี้ เป็นช่วงเวลาหนึ่งอาทิตย์หลังจากที่เขาเริ่มต้นชีวิตนักศึกษาในมหาวิทยาลัยด้านกีฬาชั้นนำของโตเกียว ครั้งแรกที่ได้รับมันก็มาในรูปแบบนี้เช่นกัน เขาไปเข้าห้องน้ำ วางกระเป๋าทิ้งไว้เพื่อจองที่ และพอกลับมาอีกทีก็เห็นกระดาษแผนเล็กประมาณหนึ่งผ่ามือวางอยู่บนโต๊ะถูกทับเอาไว้ด้วยกระเป๋าของเขา บนนั้นมีใจความสั้น ๆ เป็นคำว่าสวัสดี เมื่อมองหาก็ไม่เห็นคนที่นำมาวางไว้เสียแล้ว เขาจึงทำเมินมันไปจนกระทั่ง 2-3 วันถัดมาเขาได้กระดาษอีกแผ่นที่ใหญ่ขึ้นมากว่าแผ่นแรกเสียบอยู่ในแผ่นพับของมหาวิทยาลัยที่แจกตามชื่อและชั้นของทุกคนในภาควิชา และเนื้อหาบนกระดาษแผ่นนั้นก็เป็นสัญญาณที่บอกกับเขาว่าเขากำลังถูกจับตามอง เพราะบ่นกระดาษนั้นมีใจความว่า

 

“นานาเสะ ฮารุกะ ชื่อคุณเพราะดีนะ เหมาะกับบรรยากาศรอบตัวคุณเลย ช่างว่าง... ระยะห่าง... ชวนให้ผมอยากรู้เหลือเกินว่าผมจะลดช่องว่างระหว่างเราลงได้ไหม”

 

และหลังจากนั้นทั้งกระดาษและข้อความที่ชวนให้ไม่สบายใจก็มากขึ้นเรื่อย ๆ แม้ช่วงแรกจะทำเป็นไม่สนใจเพราะคิดว่าอีกฝ่ายคงจะเลิกราไปเอง แต่เขาคิดผิด ข้อความยังคงมาอย่างต่อเนื่อง และเริ่มหนักข้อขึ้นเปลี่ยนจากการวางไว้บนโต๊ะเรียน สอดตามหนังสือ เป็นส่งไปที่หอพักหรือแม้แต่สอดไว้ใต้ประตูห้อง เหมือนต้องการจะสื่อให้รู้ว่าใครคนนั้นรับรู้ทุกการกระทำของเขา และรู้ว่าจะตามหาเขาจากที่ไหน แถมข้อความที่จารึกไว้ยังน่ากลัวมากขึ้นทุกที จนทำให้เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเป็นเหยื่อ ความรู้สึกแบบนั้นช่างน่ากลัวเสียจนช่วงนี้ฮารุกะไม่กล้าแม้แต่จะเดินในทางที่ปลอดคนเพียงลำพัง

 

“ฮารุ”

 

คนที่กำลังยืนเหม่อสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจเมื่อได้ยินเสียงคนเรียกชื่อตนเอง เมื่อหันไปก็พบกับเจ้าของเสียงที่อยู่ในชุดเสื้อยืดคอกลมสวมทับด้วยเสื้อเชิร์ตลายสก็อตปลดกระดุมเนื้อผ้าสบาย ใบหน้าใต้กรอบแว่นที่จองมองมาเต็มไปด้วยความสงสัย และเมื่อตาคมเหลือบไปมองกระดาษที่ยังคาอยู่ในมือเล็กเขาก็รีบคว้ามันไปอ่านทันทีอย่างที่ฮารุไม่สามารถเอ่ยท้วงได้ทัน

 

“อีกแล้วเหรอ? นี่มันน่ากลัวเกินไปแล้วนะ ฮารุ... เราไปแจ้งความกันดีมั้ย”

 

นี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วเขาก็ไม่ทันได้นับ ทุกครั้งที่เจอกระดาษพร้อมข้อความนี้มาโกโตะจะต้องบอกให้เขาไปแจ้งตำรวจ แต่เขาคิดว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระและแลดูวุ่นวายมากเกินไป จึงเลือกจะไม่ทำตามข้อเสนอที่ได้รับ แน่นอนว่าครั้งนี้ก็เช่นกัน ใบหน้าใสส่ายหัว หันขวับไปอีกทางไม่มองสบดวงตาใต้กรอบแว่นแล้วเอ่ยปฏิเสธ

 

“ไร้สาระ เดี๋ยวก็เลิกไปเอง”

 

“แต่นี่มันน่ากลัวจะตายไป ดูก็รู้ว่าส่อเจตนาอยู่ชัด ๆ ถ้าเกิดฮารุโดนลักพาตัวไปล่ะฉันจะทำยังไง”

 

“มาโกโตะ ฉันโตแล้ว นั่งที่เถอะ”

 

“โธ่ ฮารุ...”

 

ไม่รอให้คนขี้กังวลได้เอ่ยอะไรอีก ฮารุกะทิ้งตัวนั่งลงกับที่นั่งประจำของตนแล้วเริ่มหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านไม่สนใจฟังเสียงงึมงำที่บนว่าอยู่ข้าง ๆ มาโกโตะทิ้งกระดาษแผ่นนั้นลงในถังขยะข้างโต๊ะเรียนแล้วหันมองเพื่อนตัวเล็กด้วยสีหน้าจริงจัง แต่เมื่อเห็นว่าฮารุคงจะไม่สนใจเขาแล้วจริง ๆ เจ้าตัวก็ยอมแพ้หยิบหนังสือเรียนขึ้นมาทบทวนอย่างจำยอม

 

ฮารุเหลือบมองร่างสูงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เขากับมาโกโตะได้รู้จักกันตอนที่เข้าเรียนมหาวิทยาลัยนี้ อีกฝ่ายมาเรียนช้ากว่าเขาไปสองอาทิตย์ เห็นว่าเพราะเกิดปัญหาทางบ้านและเรื่องการย้ายตารางเรียนที่ไม่ลงตัวหรือยังไงนี่แหละเขาก็ไม่ทันได้สนใจ แต่แม้จะรู้จักกันได้ไม่นานเขาทั้งสองคนก็กลายเป็นเพื่อนสนิท (แบบที่มาโกโตะชอบเอ่ยบอกใครต่อใคร) ไปเสียแล้ว ในขณะที่มาโกโตะพูดคุยเก่ง มนุษยสัมพันธ์ดี มีเพื่อนหลายกลุ่มเขากลับชอบอยู่เงียบ ๆ ไม่สุงสิงกับใคร แต่เหมือนว่าจะเป็นเพราะเหตุนั้นแหละอีกคนถึงได้มาสนิทด้วย

 

“ก็อยู่กับฮารุแล้วสบายใจจะตาย”

 

คนหน้ายิ้มบอกกับเขาแบบนี้ ทำเอาคนที่ชื่อว่าเป็นคนมืดมนมาตลอดตั้งแต่เด็กจนโตยอมที่จะเปิดใจแต่โดยดี และเพราะมาโกโตะเป็นเพื่อนคนแรกที่เรียกว่าสนิทจนถึงขั้นมีความรู้สึกดี ๆ ให้นั่นแหละ เขาถึงไม่อยากจะให้ต้องเข้ามาเจอกับเรื่องประหลาด ๆ เช่นที่เขากำลังเจออยู่ ไม่อยากจะลากมาวุ่นวายเพราะอีกฝ่ายอาจจะเดือดร้อนได้หากว่าเจ้าของถ้อยคำปริศนาคิดจะทำอะไรที่อันตรายขึ้นมาจริง ๆ

 

แต่มันคงไม่มีเรื่องแบบนั้นหรอกมั้ง

 

คนหน้านิ่งคิดอยู่ในใจแล้วหันไปให้ความสนใจกับหนังสือตรงหน้าตนต่อ โดยที่ไม่ได้รับรู้เลยว่ายามที่ตนให้ความสนใจกับหนังสือนั้นก็มีสายตาอีกคู่ที่กำลังจ้องมองตนอยู่เช่นกัน

 

 

 

 

 

หากผมได้ลงแรงแล้วย่อมไม่มีคำว่าพอ

คุณได้ถูกหมายหัวไว้แล้ว เจ้าหญิงของผม

 

 

 

ซองกระดาษสีน้ำตาลบนพื้นห้องเรียกความสนใจจากฮารุที่เพิ่งจะกลับมาจากมหาลัยได้เป็นอย่างดี ดูเหมือนว่ามันจะถูกสอดเข้ามาทางใต้ประตูเช่นทุกครั้ง ดังนั้นเขาจึงรู้ได้โดยทันทีว่าผู้ส่งคือใคร แม้ในใจจะรู้สึกตระหนกแต่ความที่ไม่เคยได้รับซองเช่นนี้มาก่อนมันทำให้เขาสงสัยและอยากจะรู้ว่าสิ่งที่อยู่ในนั้นคืออะไรจนต้องเปิดดู ใบแรกเป็นกระดาษสีขาวพร้อมข้อความที่เขียนด้วยตัวบรรจงแบบเดียวกับที่เขาได้รับอยู่เสมอ แต่เมื่อหยิบสิ่งที่ติดมากับซองนี้ขึ้นดูแล้วเขาก็ต้องตกใจเพราะมันล้วนแต่เป็นรูปภาพของเขาเอง รูปโพลารอยด์ของเขาในอิริยาบถต่าง ๆ ตามสถานที่ต่าง ๆ ในวิวทิวทัศน์ที่คุ้นเคย พร้อมคำบรรยายชวนขนลุกที่อยู่ด้านล่าง

 

 

 

ภาพแรกเป็นภาพที่เขากำลังคาบขนมปังวิ่งหน้าตั้งเข้าอาคารเรียน ด้านล่างมีคำบรรยายว่า วันนี้ผมตื่นสาย แต่ผมกลับคิดว่ามันเป็นเรื่องดีเพราะผมได้เจอคุณระหว่างทางด้วย 

 

ภาพที่สองเป็นภาพที่เขากำลังให้ความสนใจกับกระดานดำตรงหน้า แม้รอบข้างจะมีนักศึกษาหลายคนนั่งอยู่ แต่เลนส์กล้องกลับโฟกัสมาที่เขาเพียงคนเดียว ด้านล่างมีคำบรรยายว่า คุณตั้งใจเรียนวิชานี้มากจริง ๆ ทั้งที่ผมไม่รู้เรื่องเลยแม้แต่น้อย ที่ผมยอมมาเรียนทุกครั้งก็เพื่อคุณเท่านั้น 

 

ภาพที่สามเป็นภาพด้านข้างที่เขากำลังปรับที่คาดแว่นตาว่ายน้ำและกำลังมองดูผืนน้ำตรงหน้า ด้านล่างมีคำบรรยายว่า คุณทำให้ผมที่ไม่ชอบว่ายน้ำมาที่สระว่ายน้ำเพื่อมองดูคุณ คุณจะรู้ตัวไหมนะว่าคุณเหมือนนางเงือกมากในยามว่ายน้ำ 

 

ภาพที่สี่เป็นภาพเขาที่เขากำลังอ่านหนังสืออยู่ใต้เงาไม้และกำลังทัดผมเข้ากับใบหู ด้านล่างมีคำบรรยายว่า ฤดูใบไม้ผลิกับฮารุ คุณสวยงามเสียยิ่งกว่าทวิทัศน์ด้านหลังเสียอีก

 

 

 

ดวงหน้าขาวซีดลงเรื่อย ๆ ยามที่ดูภาพใบอื่น ๆ ราวกับคนที่ส่งรูปและข้อความพวกนี้มาติดตามเขาอยู่ตลอดเวลาโดยที่เขาไม่รู้ตัวเลย และรูปภาพเหล่านี้ก็เป็นเหมือนไดอารี่ประจำวันที่คนคนนั้นใช้บรรยายความรู้สึกของตนต่อเขาเองออกมา มันเต็มไปด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นและรุนแรงเสียจนฮารุรู้สึกกลัว มือขาวพลิกรูปทีละใบดูด้วยมือที่สั่นเทา จนกระทั่งเจอรูปสุดท้ายมันมืดเสียจนเขาต้องเพ่งมองว่าเป็นรูปอะไร และแล้วเปลือกตาสีมุกกลับต้องเบิกกว้าง ความรู้สึกกลัวแผ่กระจายทั่วร่างเสียจนเขาเกือบจะทรุดลงกับพื้น

 

 

 

ภาพสุดท้ายเป็นภาพที่เขากำลังนอนอยู่บนเตียงแต่บนเตียงที่ควรจะมีเขาเพียงคนเดียวกลับมีร่างของใครอีกคนที่หันหลังให้กับกล้องกำลังโน้มตัวลงและใช้มือสัมผัสใบหน้าเขาอยู่ ด้านล่างของรูปใบสุดท้ายนั้นมีคำบรรยายที่เขียนไว้เพียงสั้น ๆ ว่า กลิ่นกายเจ้าหญิง

 

 

 

หยดน้ำร่วงหล่นจาตาคู่สวยกระทบกับภาพที่อยู่ในมือ ความกลัวทำให้น้ำตาของฮารุไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว แรงบีบรัดในอกเมมากขึ้น หัวใจเต้นถี่รัวไม่เป็นจังหวะเหมือนมันกำลังกรีดร้องว่ากลัวเหลือเกิน กลัวกับสิ่งที่ได้เห็นเหลือเกิน ร่างบางยืนถือภาพในมืออย่างทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่จวบจนกระทั่งเครื่องมือสื่อสารในกระเป๋ากางเกงยีนส์เนื้อดีสั่นเครือเรียกความสนใจจากเขา มือเรียวรีบยัดรูปทั้งหมดเก็บเข้าซองแล้วรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เห็นว่าเป็นข้อความจากเบอร์ที่ไม่คุ้นเคยจึงเลือกที่จะเปิดอ่าน

 

“สวัสดียามเช้าเจ้าหญิงของผม คุณคงได้รับของขวัญแล้ว ผมแค่อยากจะบอกคุณว่าอย่าคิดจะหนีหายไปจากผมเพราะจมูกผมติดกลิ่นของคุณแล้ว ไม่ว่าจะกี่ร้อยกี่พันไมล์ผมก็จะตามหาคุณจนเจอ”

 

ฮารุรู้สึกได้ว่ามือไม้มันไร้เรี่ยวแรงไปหมด นี่มันเรื่องอะไรกัน ทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ ทำไมคน ๆ นั้นถึงได้เข้ามาในห้องนอนได้ทั้งที่ทุกครั้งยามที่ออกไปนอกห้องหรือแม้แต่จะเข้านอนเขาก็จะล็อคห้องเสมอ และยังเรื่องที่อีกฝ่ายทำนั่นอีก...

 

เมื่อไม่รู้ว่าควรจะทำตัวเช่นไรการโทรหาเพื่อนคนสนิทจึงเป็นทางเลือกเดียวที่เขาคิดได้ในตอนนี้ นิ้วโป้งเล็กรีบกดค้นหาเบอร์และโทรออกในทันที ไม่นานเท่าใดนักมาโกโตะก็รับโทรศัพท์ และเมื่อเขาเล่าเรื่องทุกอย่างโดยย่อให้คนปลายสายได้ฟัง ด้านคนฟังก็ทำเสียงร้อนรนบอกให้เขาเก็บของแล้วลงไปรอที่หอพักด้านล่างอย่าอยู่คนเดียวเด็ดขาด ซึ่งคนฟังก็พยักหน้าหงึกหงักแม้จะรู้ว่าคนปลายสายจะไม่เห็น ปลอบประโลมและสั่งความสักพักมาโกโตะก็ออกปากว่าจะรีบมารับทันทีและวางสายไป ฝั่งฮารุก็เริ่มจัดการเก็บของใช้จำเป็นลงกระเป๋าเดินทางใบเล็กและไปรอคนมารับที่ห้องนั่งเล่นชั้นล่างของหอพัก

 

 

 

ไม่นานเท่าไรนักร่างสูงใหญ่ในสภาพที่เหมือนคนบุกป่าฝ่าดงมาก็โผล่มาให้เห็น มาโกโตะรีบเดินมาช่วยคนตัวเล็กถือของและติดต่อเรื่องกับทางหอพักให้ช่วยตรวจสอบเรื่องที่เกิดขึ้นด้วยก่อนจะจับมือพาเจ้าของเรือนร่างโปร่งออกเดินทางสู่ที่พักของตนทันทีโดยไม่รีรอ ด้วยหอพักของทั้งคู่อยู่ห่างกันคนละฝั่งจึงต้องเลือกวิธีการเดินทางที่เร็วที่สุด แม้ฮารุจะประท้วงว่าตนขึ้นรถไฟฟ้าได้แต่มาโกโตะก็ยังดึงดันพาขึ้นแท็กซี่เพราะอยากจะออกจากสถานที่นี้โดยเร็ว ดังนั้นไม่ถึงสิบนาทีทั้งคู่จึงได้มานั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นกันแล้ว

 

“ดีขึ้นมั้ยฮารุ”

 

มือแกร่งบีบกระชับฝ่ามือเย็นช่ำเป็นจังหวะ ฮารุพยักหน้ารับน้อย ๆ ความตึงเครียดในช่วงแรกนั้นดีขึ้นแล้ว อัญมณีสีฟ้าเข้มมองสบกับดวงตาที่ฉายแววเป็นห่วงแล้วคลี่ยิ้มบาง

 

“ขอบคุณนะมาโกโตะ”

 

เอ่ยคำขอบคุณอย่างจริงใจเสียจนคนได้รับรู้สึกว่าหน้าเห่อร้อนขึ้นมา มาโกโตะหน้าแดงแล้วพยักหน้าตอบรับ

 

“มะ... ไม่เป็นไร ถะ... ถ้าไงเดี๋ยวฉันไปทำเครื่องดื่มให้ฮารุดีกว่าเนอะ”

 

ไม่รอให้ได้คำตอบเจ้าของห้องก็เดินเลี่ยงไปทางห้องครัวโดยไม่ลืมจะบอกให้ฮารุเก็บของที่ขนมาได้ตามแต่ที่ตนต้องการ แม้จะเกรงใจแต่เมื่อเจ้าของห้องเขาพูดแบบนั้นแล้วก็มีแต่ต้องทำตาม คนตัวเล็กเดินสำรวจพื้นที่รอบห้องที่เพิ่งเคยมาเป็นครั้งแรก ห้องนี้ก็มีห้องแยกเหมือนกับหอของเขาที่มีหนึ่งห้องนั่งเล่น หนึ่งห้องนอน หนึ่งห้องน้ำ หนึ่งห้องครัว แต่ดูเหมือนว่าที่นี่จะมีห้องมากกว่าของเขาหนึ่งห้อง เพราะฮารุเห็นห้องที่ลึกตรงเข้าไปด้านในสุด ตั้งใจจะเข้าไปดูแต่เสียงของมาโกโตะที่เรียกเขาไว้ทำให้ขาเรียวต้องมุ่งหน้ากลับไปยังห้องนั่งเล่นแต่โดยดี

 

ชาที่มาโกโตะชงมาให้เป็นชาเย็นรสชาติแปลกประหลาดแบบที่ฮารุไม่เคยได้ชิม แต่กระนั้นมันกลับอร่อยจนเขาต้องขอเติมอีก ซึ่งแน่นอนว่าคนใจดีก็เพียงแค่หัวเราะและจัดการเสิร์ฟให้แต่โดยดี ระหว่างนั้นฮารุก็ให้มาโกโตะอ่านข้อความและดูรูปทั้งหลายแหล่รวมไปถึงข้อความที่เขาเพิ่งได้รับในวันนี้ด้วย

 

“น่าอิจฉาชะมัดเลยเจ้าหมอนี่ ฉันยังไม่เคยได้ดมกลิ่นฮารุแบบใกล้ ๆ ด้วยซ้ำ!”

 

“.....นายเป็นหมาหรือไง”

 

“โธ่... ก็ตัวฮารุหอมนี่หน่า ไหนดมหน่อย”

 

ทันทีที่พูดจบมาโกโตะก็ยื่นหน้าเข้ามาใกล้พร้อมทำจมูกฟุดฟิดใส่ใกล้ใบหน้าหวาน ไม่วายเอาจมูกชนกับแก้มใสเบา ๆ หมายจะให้อีกคนได้หัวเราะ และก็ได้ผลเมื่อการกระทำเหมือนลูกสุนัขวัยกำลังโตทำให้ฮารุต้องเปล่งเสียงหัวเราะร่าแบบที่มาโกโตะมั่นใจว่าไม่เคยมีใครได้ยินมาก่อน ยิ่งได้ยินยิ่งได้ใจจมูกโด่งจึงฝังเข้าแก้มใสแบบเน้น ๆ ไม่วายกดปากแนบซ้ำเข้าไปด้วยก่อนผละออกมานั่งยิ้มปล่อยให้คนโดนจาบจ้วงมองตาโต

 

“.....มาโกโตะคนบ้า”

 

“ก็ฉันชอบฮารุนี่หน่า ได้โอกาสต้องคว้าไว้สิ”

 

ยังจะเถียงด้วยคำพูดที่ทั้งสองคนต่างก็รู้ดีอยู่แกใจอีก ใช่ มาโกโตะชอบเขาและเขาก็รู้ดีจึงเว้นระยะห่างให้ไม่เกินไปมากกว่านี้ แต่ดูเหมือนวันนี้จะแตกต่างไปเพราะเหตุการณ์ทั้งหลายทั้งมวลกำแพงที่ปกติค่อย ๆ ลอกร่อนมาวันนี้กลับพังทลายลงไปเสียแล้ว

 

มาโกโตะเป็นคนดี ใครต่อใครที่มาเข้าใกล้ย่อมต้องหลงเสน่ห์ของเขาเป็นธรรมดา แน่นอนว่ารวมถึงตัวฮารุเองด้วย เขารู้ว่ามาโกโตะรู้แต่เลือกที่จะไม่พูดอะไรเหมือนที่ฮารุก็รู้ว่าอีกฝ่ายรู้สึกยังไงแต่ก็เลือกจะไม่พูดมันออกมา และใช้การกระทำที่เหมือนปกติทั่วไปและคำว่าเพื่อนสนิทบังหน้าเพื่อปิดบังทุกสิ่งทุกอย่างที่มันฉายชัดอยู่ในบรรยากาศที่ล้อมรอบทั้งสองคน

 

 

 

สบตากันได้สักพักแซฟไฟร์สีเข้มก็ปรือปิดลงเมื่อใบหน้าของทั่งคู่เคลื่อนเข้ามาใกล้กัน ความนุ่มหยุนถูกทาบทับคล้ายจะหยอกเย้าในทีก่อนจะส่งมอบสัมผัสอันแสนหวานให้แก่กัน แขนเรียวเอื้อมล็อคต้นคอคนข้างหน้าไว้ ปากเล็กเผยอขึ้นเพื่อรับลิ้นร้อนที่ถูกส่งมากวาดต้อนน้ำหวานภายในโพรงปากนุ่ม ฮารุช่างน่ารักนัก ลิ้นเล็กที่ดูไม่ประสากับสัมผัสของผู้ใหญ่ถูกดูดดึงและนำทางให้เป็นไปตามแรงอารมณ์ พัวพันโรมรันเสียจนน้ำสีใสซึมออกที่ข้างริมฝีปากมาโกโตะถึงได้ยอมผละออก แต่ไม่วายฉกชิงริมฝีปากล่างที่แดงช้ำ งับลงไปเบา ๆ เหมือนเด็กลิ้มลองรสชาติของไอศครีม

 

ใบหน้าขาวซับสีจากความร้อนและความเขินอายเพราะเหตุการณ์เมื่อครู่จนต้องเบนหน้าหนีสายตาซึ่งฉายความปรารถนาออกมาอย่างแรงกล้าเสียจนร่างกายสั่นสะท้าน แต่มีหรือที่มาโกโตะจะไม่เห็นในเมื่อเจ้าตัวเป็นผู้กระทำให้อีกคนเป็นเช่นนี้ ฝ่ามืออุ่นร้อนประคองใบหน้าใสให้หันมาสบตาก่อนจูบซับไปทั่วหน้าแดงเรื่อนั้น ไล่ตั้งแต่หน้าผาก สันจมูกโด่ง ดวงตาทั้งสองข้าง แก้มนุ่มนิ่มที่ส่งกลิ่นประจำกายอันหอมกรุ่น ไม่ลืมที่จะจุ๊บลงไปเบา ๆ ที่ปากสีอ่อนนั่นด้วย

 

 

 ริมฝีปากร้อนไล่ลงไปยังปลายคาง และเลื่อนใบหน้าไปสูดดมความหอมที่ซอกคอขาวเสียฟอดใหญ่ สัมผัสอ่อนโยนชวนจักจี้ขับความร้อนในร่างกายผู้ถูกกระทำให้เพิ่มสูงขึ้น แต่แล้วมันกลับถูกดึงให้กลับมาสู่ความเป็นจริงด้วยแรงขบกัดที่ให้ความรู้สึกเจ็บปนความรู้สึกแปลกประหลาดแบบที่ฮารุไม่เคยได้พบเจอ

 

“อึก... มาโกโตะ กัดทำไม...”

 

คำถามสุดแสนน่ารักจากปากคนไร้ประสบการณ์เรียกเอารอยยิ้มของคนฉวยโอกาสให้ยกขึ้น มาโกโตะเลียรอยแดงที่เกิดจากฝีมือตนเองก่อนผละหน้าออกห่าง มองดวงหน้างุนงงกับดวงตาที่ปรือปรอยด้วยแรงอารมณ์แล้วก็แทบจะหยุดตัวเองไม่อยู่ อยากจะอุ้มคนตรงหน้าเหวี่ยงลงเตียงแล้วยัดเยียดความต้องการของตนเข้าไปในร่างบอบบางนี้เสียเหลือเกิน แต่จิตใต้สำนึกที่ยังหลงเหลือมันฉุดรั้งสติให้กลับมายิ้มกับตรงหน้าได้อีกครั้ง

 

“ทำรอยให้รู้ไงว่ามีเจ้าของ”

 

“.....คนบ้า”

 

ว่ากล่าวเจ้าของคำตอบขอไปทีที่ชวนให้ใจเต้นไม่เป็นจังหวะ ส่วนคนที่โดนว่าก็ทำเพียงแค่หัวเราะร่าอย่างชอบใจโดยที่ไม่สำนึกในการกระทำของตนเองแม้แต่น้อย คนตัวโตกว่าทำตัวเป็นเบาะนั่งด้วยการรั้งกายบางให้ขึ้นมาบนตักแล้วคล้องแขนไว้ที่เอวบางล็อคอีกฝ่ายให้อยู่อ้อมกอด

 

“ฮารุ... ต้องการฉันมั้ย?”

 

 งึมงำคำถามที่สื่อถึงความหมายของมันเสียงเบากับหลังคอขาวแล้วฝากรอยฟันไว้อีกที่ ละเลียดลิ้นกับจ้ำแดงที่ตนสร้างขึ้น ส่วนมือที่เคยทำเพียงแค่กอดไว้ก็ล้วงเข้าไปจากด้านใต้อย่างไม่รีรอคำตอบเสียจนคนที่โดนลวนลามอยากจะหันมาแว้ดใส่เหลือเกิน แต่พอขยับตัวทีบางอย่างที่ชนอยู่บริเวณบั้นเอวกลับทำให้ชะงัก ตกใจเสียจนเกร็งตัวแข็ง รู้ได้ในทันทีว่าคนด้านหลังเขาถึงจุดขีดสุดของอารมณ์แล้ว แต่มาโกโตะคงไม่รู้หรอกว่าตัวเขาเองก็เช่นกัน ร่างกายของเขาร้อนมาได้สักพักแล้วหลังจากที่เจอจูบเมื่อสักครู่นี้เขาไป ความร้อนที่ตีขึ้นมันชวนให้ร่างกายอึดอัด อยากจะปลดปล่อยบางสิ่งที่อยู่ภายในกายออกมาเสียให้หมด ยิ่งมาโดนลากไล้ริมฝีปากไปทั่วจุดอ่อนและมือซนที่เริ่มหยอกล้อกับร่างกายมันก็ยิ่งทนไม่ไหว

 

และท้ายที่ความต้องการก็มีชัยเหนือสติและความอดทน ฮารุก้มใบหน้าที่เต็มไปด้วยความต้องการไปหาคนที่ยังสาละวนอยู่กับคอและกำลังเริ่มเล่นกับไหล่มนของตนเองแล้วจึงกระซิบเสียงเบาที่ข้างหู

 

“ฉันต้องการนาย มาโกโตะ...”

 

 

 

เตียงนอนชั้นเดียวส่งเสียงลั่นเป็นจังหวะยามที่ร่างด้านบนโถมกายเข้าใส่ผู้รองรับที่นอนคว่ำหน้าบั้นท้ายยกสูงอยู่ในขณะนี้ ฮารุส่งเสียงคราง เรียกชื่อคนที่กระแทกกระทั้นอยู่ด้านหลังราวจะขาดใจสลับกับหอบหายใจเป็นระยะ ขาเรียวสวยสั่นระริกจากการร่วมรักที่ติดต่อกันมาหลายต่อหลายครั้ง หากไม่ได้มือแกร่งที่ล็อคเอวเขาอยู่ในขณะนี้จับเอาไว้ป่านนี้มันคงจะทรุดจนยกไม่ขึ้นแล้ว

 

“อะ... อ้ะ มาโกโตะ มาโกโตะ...”

 

ฮารุครางเสียงกระเส่า มือป่ายปัดไปด้านหลังเพื่อหวังจะหยุดเจ้าของชื่อที่จากการโถมกายเข้าหาตน แต่กลับกลายเป็นว่ามาโกโตะปล่อยมือจากเอวบางแล้วดึงแขนทั้งสองข้างของเขาให้ตัวยกขึ้นแล้วหงายไปนั่งทับตนเองแทน ยิ่งเปลี่ยนท่าทางความยาวใหญ่ที่อยู่ภายในกายก็ยิ่งฝั่งลึกมากขึ้นกว่าเดิม เล่นเอาคนโดนกระทำที่ไม่ทันตั้งรับกรีดร้องไม่เป็นภาษาก่อนจะปลดปล่อยความร้อนจากภายในออกมาเสียเปรอะทั้งตัวและผ้าปูอีกครั้ง

 

“ฮารุ... ฮารุ... อึก!”

 

“ดะ... เดี๋ยว อื้ออออ”

 

ความร้อนวาบพุ่งเข้าสู่ภายในอีกครั้ง แต่เนื่องจากส่วนของครั้งก่อนที่ยั่งคั่งค้างยังไม่ทันได้เอาออกรวมกับของที่เพิ่งถูกปล่อยเข้าไปมันจึงล้นทะลักไหลลงมาตามร่องขาขาวเนียน เสียงหอบหายใจประสานกันภายในห้องกว้าง มาโกโตะพรมจูบที่แผ่นหลังซึ่งยามนี้ประทับไปด้วยรอยแดงจ้ำนับไม่ถ้วน พร้อมกันนั้นมื้อที่โอบกอดรอบเอวก็ลูบไล้ตามหน้าท้องเนียนอีกระลอกหมายจะปลุกปั่นอารมณ์ให้พุ่งสูง แต่กลับโดนฮารุล็อคมือเอาไว้เสียก่อน

 

“เหนื่อยแล้ว พอก่อน...”

 

“แต่ตรงนี้ของฮารุมันน่ารักนี่หน่า”

 

ไม่ว่าเปล่า มือซุกซนอีกข้างก็คลึงยอดสีหวานที่ยังตั้งชันอยู่อย่างเบามือเล่นเอาแผ่นหลังเล็กเหยียดตรงด้วยความเสียวซ่าน ฮารุกัดริมฝีปากจนห้อเลือดเพื่อกลั้นเสียงคราง ดวงตาฉ่ำน้ำมองค้อนคนขี้แกล้งที่ไม่พอกับกิจกรรมบนเตียงนี้สักที ดวงหน้าน่ารักที่ส่งมาให้กระตุ้นบางสิ่งที่เมื่อครู่มันเพิ่งจตะปลดปล่อยให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง มาโกโตะตวัดกายให้คนตัวบางนอนลงกับเตียงแล้วจ้องมองด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

 

“อีกนิดเถอะนะ ฉันอดทนมาตั้งนาน....”

 

ว่าพลางใช้นิ้วเกลี่ยแก้มใสเบา ๆ อย่างออดอ้อน แววตาเหมือนลูกหมาที่กำลังขอข้าวกินย่อมทำให้คนที่ใจอ่อนมาตลอดยอมให้อีกครั้ง

 

“ลามก... อึก...”

 

“ก็เพราะฮารุนั่นแหละ”

 

และบทรักรอบใหม่ก็เริ่มขึ้นอีกครั้งและอีกครั้ง ต่อเนื่องให้สาสมกับที่เฝ้ารอมาเนิ่นนาน จวบจนการปลดปล่อยครั้งสุดท้ายที่ได้พรากเอาสติของร่างในอ้อมกอดให้ปิดลง เมื่อนั้นแหละที่มาโกโตะยอมที่จะปล่อยให้ฮารุได้พักผ่อนเสียที

 

 

 

เปลือกตาสีมุกขยับไหวไปมาก่อนที่ดวงตากลมจะค่อย ๆ ปรือเปิดเพื่อมองสภาพภายในห้อง ฮารุรู้สึกคอแห้งและอ่อนล้าไปทั่วตัว แม้กระทั่งแรงจะลุกขึ้นเพื่อไปหาน้ำดื่มยังแทบจะไม่มี เจ้าของร่างบางที่โดนกระทำจนสลบหันไปมองค้อนคนที่ยังหลับ ส่งลมหายใจเป็นจังหวะอย่างคาดโทษ มือนิ่มหยิกแก้มอีกฝ่ายอย่างหมั่นไส้จนคิ้วสีอ่อนต้องขมวดลงแต่กลับไม่มีทีท่าว่าจะลุกขึ้นมาตอบโต้ เห็นดังนั้นคนที่ยังปวดเมื่อยไปทั้งตัวจึงต้องค่อย ๆ ก้าวขาที่สั่นระริกลงจากเตียง คว้าเสื้อเชิร์ตตัวโตมาใส่อย่างลวก ๆ เกือบจะทรุดลงเหมือนคนเดินไม่เป็นเสียแล้วหากไม่ยันผนังเอาไว้เสียก่อน ระหว่างทางก็ไม่สามารถก้าวเดินเร็วเท่าใจปรารถนาได้เพราะเมื่อก้าวยาวก็จะรู้สึกได้ถึงของเหลวบางอย่างที่ไหลลงมาตามขา ใบหน้าเนียนพลันแดงขึ้นมาอีกครั้งเมื่อนึกขึ้นมาได้ว่ามันคืออะไร

 

“ไม่เคยเอาออกบ้างเลยหรือไงกัน ....”

 

กร่นด่าเสียงเบาขณะก้าวเดินไปยังห้องครัว ดีนักที่มันไม่ใช่หนทางที่ไกลมาก ไม่นานฮารุจึงได้ดื่มน้ำเข้าไปสองแก้วใหญ่เพื่อดับกระหาย และด้วยความอ่อนเพลียที่ยังมีสะสมอยู่ เจ้าตัวจึงตั้งใจจะเดินกลับไปยังห้องนอนเพื่อพักผ่อนร่างกายอีกครั้ง แต่พลันดวงตาคู่โตก็เห็นประตูบานในสุดที่สนใจมาตั้งแต่แรกว่ามันคือห้องอะไร จากที่ตั้งใจจะกลับห้องนอน ขาขาวจึงเปลี่ยนทิศทางเดินไปที่ห้องนั้นแทน

 

ไม่รู้ทำไมความรู้สึกหนัก ๆ ถึงได้เกิดขึ้นในเวลาเช่นนี้ ยิ่งก้าวเท้าเข้าไปใกล้ห้องนั้นมากเท่าไหร่ความกดดันก็เหมือนจะยิ่งทับลงมาบนไหล่ สำนึกภายในใจบอกให้เขาหยุดเดินแล้วหันหลังกลับห้องนอน ไปซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดอันแสนอบอุ่น แต่ความอย่างรู้ที่ตีตื้นขึ้นมามันมีมากกว่า จนในที่สุดฮารุก็มาหยุดอยู่ที่หน้าบานประตูไม้นั้น มือเรียวกำลูกบิด สูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหย่แล้วจึงเปิดประตูเข้าไป

 

ภายในห้องมืดมิดเสียจนมองอะไรไม่เห็น ฮารุคว้านมือไปยังผนังด้านข้างเผื่อหาสวิตซ์ไฟ ในทันทีที่เจอเขาก็กดเปิดมัน แต่เมื่อแสงไฟเปิดขึ้น สิ่งที่เขาได้เห็นกลับทำให้ลมหายใจขาดห้วง สมองขาวโพลนคิดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ

 

“นี่มัน... อะไรกัน”

 

ทั่วทั้งห้องขนาดย่อมนั้นเต็มไปถ้วยรูปถ่ายโพลารอยด์สีขาวดำ มีบางส่วนที่เป็นภาพสีถูกอัดกรอบไว้อย่างดีบนโต๊ะซึ่งเต็มไปด้วยกล้อง โทรทัศน์หลากไซส์ และจอคอมพิวเตอร์รวมทั้งโน๊ตบุ๊คที่ถูกเปิดคาเอาไว้ ขาเรียวที่สั่นระริกค่อย ๆ ยันผนังเดินไปมองรูปที่ถูกแขวน และแปะไว้ตามผนัง ก่อนจะต้องตกใจหนักว่าเดิมเมื่อรูปทั้งหมดที่มีนับร้อยนับพันใบนี้เป็นรูปของเขาในท่วงท่าและกิริยาบทที่แตกต่างกันไปแต่เพียงผู้เดียว

 

เสียงครางดังมาจากโน๊ตบุ๊คที่ถูกเปิดไว้ ฮารุสาวเท้าเข้าไปใกล้และก็ต้องเบิกตาโตเมื่อรับรู้ว่ามันคือคลิปการร่วมรักของเขากับมาโกโตะที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ และจอโทรทัศน์ข้างกันที่ถูกเปิดไว้ก็ยังฉายภาพภายในห้องต่าง ๆ อีกด้วยมุมกล้องที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอบ่งบอกให้รู้ว่าห้องนี้ทั้งห้องมีกล้องติดอยู่ในทุกมุมอับ แต่เมื่อสังเกตดูดี ๆ แล้ว ห้องที่ฉายอยู่ในโทรทัศน์มันไม่ใช่ห้องของมาโกโตะในตอนนี้ แต่เป็นห้องอิ่นที่เขาคุ้นตาเหลือเกิน

 

“หอพักนักศึกษา...”

 

ภาพภายในห้องที่เขาเคยอยู่มาตลอดจนถึงเมื่อคืนนี้ปรากฏอยู่บนจอทีวีในห้องของมาโกโตะได้อย่างไรกัน ความรู้สึกหวาดกลัวแล่นเข้าสู่จิตใจอีกครั้ง ฮารุสอดส่ายสายตาไปมาบนโต๊ะที่วางเอกสารและรูปอยู่เต็มไปหมด ทั้งหมดเป็นเรื่องของเขา รูปของเขา ประวัติทั้งหลายแหล่ของเขาทั้งนั้น กระทั่งเขาหยิบซองสีน้ำตาลแบบเดียวกับที่ได้รับมาวันนี้ซึ่งวางอยู่ใกล้ ๆ กันขึ้นมา วัตถุบางอย่างก็ตกลงพื้น ฮารุกระวนกระวายรีบหยิบมันขึ้นมา

 

“โทรศัพท์กับ... กุญแจห้องเรานี่... นี่มันอะไรกัน ทำไม...”

 

ฮารุทรุดกายลงนั่งกับพื้น คิดทบทวนทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานี้ทั้งหมด ทั้งเรื่องประวัติเปลี่ยนคณะเมื่อสองเดือนก่อนของมาโกโตะมันคือช่วงเวลาไล่เรี่ยกันกับที่ฮารุได้รับกระดาษแผ่นแรก กระดาษทั้งหลายที่ถูกสอดเข้าใต้ห้องพัก เบอร์โทรศัพท์แปลกประหลาด และกุญแจห้องพักของเขาที่มาอยู่ในห้องของมาโกโตะ ยิ่งคิดความกลัวก็ยิ่งไหลหลั่งเข้ามาในจิตใจ ฮารุนั่งมองภาพและสิ่งของที่อยู่รอบตัวอย่างเหม่อลอยจนไม่รู้สึกตัวว่ามีคนมายืนอยู่ที่ด้านหลัง

 

“เจ้าหญิงนี่ ซนจังเลยนะ”

 

เสียงที่คุ้นเคยและอ้อมกอดที่เคยอบอุ่นจนถึงเมื่อครู่โอบล้อมอยู่รอบตัว ฮารุไม่กล้าแม้แต่จะขยับหรือหายใจแต่อย่างใด ยามที่ริมฝีปากซึ่งเคยสัมผัสหยอกเย้านั้นลากไล้อยู่ข้างใบหูความรู้สึกกลัวยิ่งมีมากจนทำให้ร่างกายสั่นไปหมด

 

“ฉันน่ะ... หลงรักเจ้าหญิงตั้งแต่ที่เจอกันครั้งแรกเลยรู้มั้ย เจ้าหญิงที่เดินผ่านรั้วมหาวิทยาลัยตรงมาที่ฉันแล้วเดินผ่านไป เหมือนไม่ยึดติดกับสิ่งรอบข้างมันดูมีเสน่ห์มาก... มากเสียจนปลุกสัตว์ร้ายในตัวฉันให้ตื่นขึ้นมา ฉันอยากจะทำความรู้จัก อยากถูกเอ็นดู อยากสนิทสนม อยากรักและถูกรักจากเจ้าหญิง จึงต้องสืบค้นข้อมูลทั้งหลายแหลและย้ายคณะตามเจ้าหญิงมา แต่พอฉันส่งกระดาษไปทักทาย เจ้าหญิงกลับทิ้งมันลงขยะเสียได้ ฉันเสียใจมากเลยรู้มั้ย...”

 

ว่าจบก็ขบเบา ๆ ที่ใบหูเล็ก ซีฟันเย็นเฉียบและลมหายใจที่เป่าผ่านแก้มยิ่งทำให้ร่างกายเล็ก ๆ นั้นสั่นสะท้าน มือแกร่งค่อย ๆ ล้วงเข้าไปในเสื้อลูบไล้ผิวกายเนียนละเอียดและเค้นคลึงยอดอกบวมเป่งนุ่มไปด้วย แล้วก็พูดต่อ

 

“หลังจากนั้นฉันก็ส่งกระดาษให้เจ้าหญิงตลอดแต่เจ้าหญิงกลับไม่สนใจฉันเลย สุดท้ายฉันเลยต้องเข้ามาทำความรู้จักด้วยตัวเอง ฉันดีใจมากเลยรู้มั้ยที่เราได้เป็นเพื่อนกัน ฉันเคยคิดว่ามันคงจะพอแล้ว แต่ไม่... ไม่เลย... ฉันกลับอยากรู้จัก อยากสัมผัสและครอบครองเจ้าหญิงเอาไว้แค่คนเดียว อยากรู้ทุกการกระทำจนต้องติดกล้องเก็บทุกอย่างของเจ้าหญิง ทั้งเวลากิน เดิน นอน หรือเวลาไหนก็ตาม อ้ะ.. จะว่าไปต้องขอโทษด้วยนะที่แอบขโมยกุญแจห้องไปปั้มแบบนั้น ไม่ดีเอาซะเลยแต่มันจำเป็นจริง ๆ ก็ฉันอยากได้รูปเจ้าหญิงตอนนอนนี่หน่า อยากได้ทุกอย่างของเจ้าหญิง”

 

“จะว่าไปไม่คิดเลยนะว่าเพราะเรื่องนั้นจะทำให้เจ้าหญิงมาอยู่กับฉันแบบนี้ นี่รู้มั้ยฉันต้องไปซื้อกล้องมาอีกตั้งกี่ตัวเพื่อจะติดรอบห้อง แต่ก็นั่นแหละ มันทำให้เจ้าหญิงได้เป็นของฉะน ให้ฉันได้ส่งความรักเข้าไปในตัวเจ้าหญิงแค่นี้ก็พอแล้ว สัตว์ร้ายที่หลงรักเจ้าหญิงในที่สุดมันก็ได้เจ้าหญิงมาครอง ฉันดีใจมาก ๆ เลยนะ”

 

มือแกร่งยังไม่หยุดนวดเฟ้นไปทั่วร่างกาย ปากก็เจื้อยแจ้วไม่ยอมหยุดอธิบายถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยได้กระทำ ยิ่งรับฟังสมองฮารุยิ่งไม่ตอบรับ น้ำตาไหลจากปลายหางตาเป็นทาง ไม่คาดคิดมาก่อนว่าคนที่ตนไว้ใจ เพื่อนคนแรก ผู้ชายคนแรกที่มอบความรู้สึกดี ๆ ให้ จะเป็นคนเดียวกับคนที่กระทำเรื่องทั้งหมดนี้ ดวงตาสีแซฟไฟร์ฉ่ำน้ำรับฟังถ้อยคำทั้งน้ำตา ก่อนที่เปลือกตาจะปิดลง หมดสติจากความช็อคและความเหนื่อยอ่อนทั้งหลายแหล่ที่ได้ประสบมาในวันนี้

 

“อ้าว.. หลับไปซะแล้ว ไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้เราค่อยมาคุยกันใหม่”

 

ว่าแล้วมาโกโตะก็อุ้มร่างบอบบางที่สลบไสลมาไว้ในอ้อมกอด พรมจูบแสนหวานซับน้ำที่ปลายหางตาทั้งสองก่อนปิดไฟและเดินกลับไปสู่ห้องนอนของตน

 

 

 

“เพราะเราสองคนมีเวลาอยู่ด้วยกันชั่วชีวิตนี่หน่า”

 

 

 

NEVER END

 
 

 ■  ■  ■  ■  ■  ■  ■  ■  ■  ■

 
เจ้าหญิง เจ้าหญิง เจ้าหญิง...
 
เจ้าหญิงเสร็จหมาป่าในร่างเทพบุตรไปแล้ว!
แต่ชอบนะคะ ชอบมาโกโตะเวอร์ชั่นนี้เป็นทุนเดิม หากใครไม่ชอบแนวนี้ต้องขอโทษด้วยน้า มันดาร์กจริง ๆ ค่ะ
 
จะว่าไปไม่ได้แต่งฉากเรทนานแล้ว... ยากอ่ะ นี่เพื่อฉากเรทก็เป็นชั่วโมงแล้วค่ะ ออกมาได้ไม่น่าอ่านเอาซะเลย ถ้ายังไงอ่านข้ามไปก็ไม่ว่ากันค่ะ (แล้วมาพูดอะไรเอาตอนนี้)
 
ขอบคุณที่ร่วมฟินกันมาตลอดค่ะ อิ♥